ยอดชาวจีนยื่นขอสถานภาพผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าภายในช่วงหนึ่งปี

จำนวนชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในออสเตรเลียได้ยื่นขอสถานภาพเป็นผู้ขอลี้ภัยได้เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าตัวภายในปีเดียวเท่านั้น

 

3294046_orig.jpg

 

กระทรวงกิจการภายในประเทศได้เปิดเผยข้อมูลแสดงตัวเลขชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในออสเตรเลียจำนวน 9,315 คนได้ยื่นขอลี้ภัยในปี 2017-18 ถือเป็นยอดเพิ่มขึ้นถึง 311% จากปี 2016-17 ซึ่งมียอดผู้ยื่นขอจำนวน 2,269 คน

โดยเหตุผลหลักที่ชาวจีนใช้ในการยื่นขอสถานภาพเป็นผู้ขอลี้ภัย คือ การอ้างว่าตนเป็นสมาชิกของกลุ่มที่ทางการจีนต้องการกวาดล้าง เช่น การเป็นบุคคลเพศทางเลือก LGBTQQ หรือเป็นบุคคลที่มีบุตรกับผู้ที่ไม่ได้แต่งงานด้วยหรือบุตรนอกสมรส

นาย Joye Chia ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของสภาผู้ลี้ภัยแห่งออสเตรเลีย (RCA) กล่าวว่า ชาวจีนผู้ประสบความสำเร็จในการยื่นขอสถานภาพผู้ลี้ภัยหลายคนเป็นผู้เข้ามาออสเตรเลียโดยวีซ่านักเรียนและวีซ่าท่องเที่ยว เป็นที่เชื่อว่าความสำเร็จของชาวจีนที่ยื่นขอลี้ภัยก่อนหน้านี้ ได้เป็นตัวกระตุ้นให้ชาวจีนคนอื่น ๆ แห่กันยื่นตาม โดยใช้เหตุผลที่คนอื่นใช้ประสบความสำเร็จมาแล้ว

นาง Mary Anne Kenny ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเมอร์ดอชกล่าวว่า เมื่อชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไม่ว่าจะเดินทางเข้ามาภายใต้วีซ่านักเรียนและวีซ่านักท่องเที่ยว หากพวกเขาขอวีซ่าคุ้มครอง พวกเขาก็จะมีสิทธิ์ได้รับวีช่าชั่วคราว (bridging visa วีซ่าที่รัฐบาลออกให้ก่อนที่จะเปลี่ยนสถานะเป็นวีซ่าอื่น ๆ วีซ่านี้มาจากแนวความคิดของนาง Pauline Hanson หัวหน้าพรรควันเนชั่น)

ผศ. Kenny กล่าวว่า “ด้วยชนิดของวีซ่าชั่วคราว (มัน) อาจให้สิทธิผู้ถือในการทำงานและใช้เวลาช่วงหนึ่ง (ในระหว่างขบวนการพิจารณา) ขึ้นอยู่กับกระทรวงจะใช้เวลายาวนานแค่ไหนในการพิจารณาคำขอ”

ณ วันที่ 30 สิงหาคมปีนี้ (2018) มีชาวต่างชาติถือวีซ่าชั่วคราวในออสเตรเลียประมาณ 176,000 คน ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก ณ วันที่ 30 สิงหาคมปี 2017 ซึ่งมีอยู่ที่ประมาณ 40,000 คน

ทางด้านโฆษกของกระทรวงกิจการภายในประเทศกล่าวว่า ออสเตรเลียถือข้อตกลงในเรื่องภารผูกพันธ์ระหว่างประเทศอย่างจริงจัง

การประเมินสถานภาพของผู้ลี้ภัยจะกระทำอย่างรอบคอบและอย่างมีประสิทธิภาพเป็นรายบุคคลไป

 

ที่มา

Jingjonews

12 ธันวาคม 2561