การเมืองการปกครองออสเตรเลีย

การเมืองการปกครองของออสเตรเลีย

ออสเตรเลียมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีรูปแบบรัฐบาลเป็นสหพันธรัฐ และระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญประมุขแห่งรัฐของออสเตรเลียคือสมเด็จพระราชินีนาถแห่งออสเตรเลีย องค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2แห่งราชอาณาจักรอังกฤษ

ประวัติความเป็นมาด้านการปกครอง นับตั้งแต่การประกาศให้ออสเตรเลียเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ใน พ.ศ. 2313 (ค.ศ.1770)ถึงปลายปี ค.ศ.1900 จนถึงก่อนการประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักร ออสเตรเลียปกครองแบบมลรัฐรัฐแต่ละรัฐในประเทศออสเตรเลีย ต่างมีรัฐบาลท้องถิ่นดูแลทำหน้าที่ปกครองตนเอง มีกฎหมายเป็นของตนเอง มีรัฐสภาเป็นของตนเอง ในขณะที่ อำนาจในการปกครองสูงสุดยังอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลสหราชอาณาจักร โดยจะเข้าแทรกแซงในฐานะประเทศแม่ (Mother Country) เฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2428 (ค.ศ.1885)ประเทศออสเตรเลียเริ่มมีการวางโครงร่างการจัดตั้งคณะมนตรีแห่งสมาพันธ์ออสเตรเลีย (the Federal Council of Australasia) และได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อก้าวไปสู่การจัดตั้งสหพันธ์อย่างสมบูรณ์แบบในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนกระทั่งในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2444 (ค.ศ.1901)ออสเตรเลียได้ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย 1900 (Commonwealth of Australia Constitution Act 1900) และได้เปลี่ยนจากประเทศอาณานิคมของสหราชอาณาจักร เป็นประเทศที่ปกครองระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) แทน

การเริ่มต้นของระบบสหพันธรัฐในประเทศออสเตรเลีย เริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2444 (ค.ศ.1901)โดยรูปแบบสหพันธรัฐเป็นรูปแบบการปกครองที่มีประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบ โดยนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องความเป็นอิสระของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นในการบริหารปกครองรัฐของตนเอง และเรื่องการคานอำนาจกันระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น นอกจากนี้ การใช้กระบวนการระบบศาลยุติธรรม เป็นเครื่องมือที่ใช้ตัดสิน ในกรณีที่ว่าด้วยเรื่องของอำนาจของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น

กฎหมายรัฐธรรมนูญได้ให้อำนาจแก่เครือรัฐออสเตรเลีย ในการให้อำนาจแต่ละรัฐปกครองตนเอง มีอำนาจอธิปไตยแห่งรัฐ และได้ให้อำนาจแก่พระมหากษัตริย์อังกฤษ ในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ (Governor-General) จากขุนนางหรือชนชั้นสูง รวมทั้งมีอำนาจในการอนุมัติหรือยับยั้งร่างกฎหมายที่มาจากรัฐสภาออสเตรเลีย โดยเป็นการใช้อำนาจภายใต้คำแนะนำของคณะรัฐมนตรีอังกฤษ

ปัจจุบัน ประเทศออสเตรเลียปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยและเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ สมเด็จพระราชินิอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษทรงเป็นประมุขและมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำบริหารประเทศ มีระบบรัฐสภาที่มีต้นแบบจากระบบเวสมินสเตอร์ (Westminster System) ของอังกฤษ และนำรูปแบบการปกครองแบบสหพันธรัฐจากประเทศสหรัฐอเมริกามาประยุกต์ใช้ โดยมีการจัดแบ่งรัฐบาลออกเป็น 3 ระดับคือ รัฐบาลสหพันธรัฐ รัฐบาลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น โดยที่ชาวออสเตรเลียทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับรัฐ และระดับสหพันธรัฐ นอกจากนี้ ยังนำรูปแบบการลงประชามติของประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาใช้ด้วยส่วนการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามระบบกฎหมายจารีตประเพณี (Common law) ของออสเตรเลีย

การจัดการปกครอง

ประเทศออสเตรเลียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 รัฐ ได้แก่รัฐนิวเซาท์เวลส์รัฐควีนสแลนด์ รัฐออสเตรเลียใต้ รัฐแทสเมเนียรัฐวิกตอเรีย และรัฐออสเตรเลียตะวันตก และยังมีดินแดนหลัก ๆ บนแผ่นดินใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี และออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (เขตเมืองหลวง) สมเด็จพระราชินีมีผู้แทนพระองค์ในแต่ละรัฐ เรียกว่า ผู้สำเร็จราชการ (Governor) ส่วนในเขตเมืองหลวง ใช้ผู้สำเร็จราชการของเครือรัฐ (Governor-General)

การจัดการปกครองของประเทศออสเตรเลียเป็นระบบการปกครองแบบหลายระดับ (multi-tiered governing system) ในลักษณะสหพันธรัฐ (Federal State)รวมกันเป็นเครือรัฐออสเตรเลีย (Commonwealth of Australia)โดยมีโครงสร้างการปกครองและการบริหารราชการ 3 ระดับซ้อนกันอยู่ คือ

  • องค์กรในระดับสหพันธรัฐ (Federal) ได้แก่ รัฐบาลของสหพันธ์ สภาของสหพันธ์ ศาลสูงสุดของสหพันธ์ และหน่วยราชการบริหารของสหพันธ์
  • องค์กรระดับมลรัฐหรือดินแดน (State or territory) ได้แก่ รัฐบาลมลรัฐ สภามลรัฐ ศาลแห่งมลรัฐ และหน่วยงานบริหารมลรัฐ
  • องค์กรในระดับท้องถิ่น (Local government) หมายถึงหน่วยการปกครองในระดับที่ 3 ของออสเตรเลีย
  บทบาท สหพันธรัฐ มลรัฐ ท้องถิ่น
สภา กำหนดกฎหมาย รัฐสภาแห่งออสเตรเลีย สภาของมลรัฐหรือดินแดน สภาท้องถิ่น 
รัฐบาล บริหาร รัฐบาลออสเตรเลีย รัฐบาลของมลรัฐหรือดินแดน ฝ่ายบริหารของท้องถิ่น
ศาล นำนโยบายไปดำเนินการ ส่วนราชการต่าง ๆ ในระดับสหพันธรัฐ หน่วยงานบริหารระดับมลรัฐ ส่วนราชการท้องถิ่น
หน่วยบริหาร นำนโยบายไปดำเนินการ ส่วนราชการต่าง ๆ ในระดับสหพันธรัฐ หน่วยงานบริหารระดับมลรัฐ ส่วนราชการท้องถิ่น

 

ออสเตรเลียมีรัฐธรรมนูญ2ระดับคือรัฐธรรมนูญแห่งเครือรัฐ (Commonwealth Constitution) กับรัฐธรรมนูญของแต่ละรัฐ (State Constitution) ของแต่ละรัฐและมีผลใช้บังคับกับประชาชนทุกคนในทุกรัฐรัฐใดจะออกกฎหมายที่มีข้อความขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติแห่งเครือรัฐมิได้

ในระดับรัฐแต่ละรัฐมีรัฐธรรมนูญ (State Constitution) และมีรัฐสภา (State Parliament) เป็นของตนเองเพื่อทำหน้าที่ตรากฎหมายที่รัฐธรรมนูญมิได้กำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐสภาแห่งเครือรัฐขึ้นใช้บังคับภายในอาณาเขตของรัฐ ได้แก่ การศึกษาการคมนาคมขนส่งการสาธารณสุขการเกษตรเป็นต้นดังนั้นแต่ละรัฐจึงมีหลักเกณฑ์วิธีการ และแนวปฏิบัติในการตรากฎหมายขึ้นใช้บังคับแตกต่างกันนอกจากนี้บทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องที่อยู่ภายในของอำนาจของแต่ละรัฐก็มีเนื้อหาสาระที่แตกต่างกันไปด้วยตามสภาพสังคมของแต่ละรัฐ

การแบ่งแยกอำนาจ

ประเทศออสเตรเลียยึดหลักการปกครองแบบแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) โดยแยกอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ออกจากกัน ทั้งนี้เป็นไปตามระบบรัฐสภาอังกฤษและหลักการความรับผิดชอบแห่งรัฐ

การแบ่งแยกอำนาจทั้งสามนี้ ไม่ได้แยกอิสระต่อกันอย่างเด็ดขาด โดยในรัฐธรรมนูญแห่งเครือรัฐออสเตรเลียได้บูรณาการความรับผิดชอบแห่งรัฐไว้ในสภานิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร บัญญัติไว้ในมาตรา 44 และมาตรา 64 แห่งรัฐธรรมนูญโดยในมาตรา 64 ได้บัญญัติไว้ว่า รัฐมนตรีของสหพันธรัฐซึ่งเป็นสมาชิกของฝ่ายบริหารนั้นต้องมีตำแหน่งอยู่ในสภานิติบัญญัติด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการประสานกันระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอย่างมีประสิทธิภาพ

การที่คณะรัฐมนตรีในฐานะฝ่ายบริหารสามารถทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติด้วย ส่งผลให้อำนาจของทั้งสองฝ่ายไม่ได้ถ่วงดุลกันอย่างแท้จริง ทั้งนี้เพราะสมาชิกที่สังกัดพรรคเสียงข้างมากมักจะให้การสนับสนุนฝ่ายบริหารในการผ่านร่างกฎหมายและญัตติต่าง ๆ ที่เสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณา

ส่วนอำนาจของวุฒิสภา จะทำหน้าที่ในการควบคุมอำนาจฝ่ายบริหาร โดยการตั้งข้อซักถาม การแปรญัตติ รวมถึงการยับยั้งกฎหมายของรัฐบาลได้ สมาชิกวุฒิสภามีอิสระในการทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหารได้เป็นอย่างดี อันเป็นผลมาจากการนำระบบสัดส่วนการออกเสียงมาใช้ นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2492 (ค.ศ.1949) จวบจนถึงทศวรรษนี้ มีเพียงนาน ๆ ครั้งที่วุฒิสภาจะถูกควบคุมโดยรัฐบาล ในส่วนพรรคการเมืองขนาดเล็กนั้นจะเป็นตัวแทนที่ดี และการออกเสียงของวุฒิสภาส่วนใหญ่นั้นมักจะร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวภายในกลุ่มในประเด็นที่ละเอียดอ่อน

ในส่วนของอำนาจตุลาการ ได้แบ่งแยกอำนาจอย่างชัดเจน จากอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและอำนาจฝ่ายบริหาร โดยศาลสูงนั้นจะมีส่วนสำคัญในกระบวนการพิจารณาคดีทางการเมือง ทำหน้าที่ในการควบคุมฝ่ายรัฐบาลในทางอ้อม

การใช้อำนาจนิติบัญญัติ

ระบบรัฐสภาของประเทศออสเตรเลียยึดรูปแบบระบบรัฐสภาของประเทศอังกฤษเป็นแม่แบบในหลายเรื่อง โดยเฉพาะระบบรัฐสภาที่รู้จักกันในนามระบบเวสมินสเตอร์ (Westminster System) ซึ่งเป็นรูปแบบของสภาคู่(Bicameral)ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร (The House of Representatives) และวุฒิสภา (The Senate)

รัฐธรรมนูญแห่งเครือรัฐออสเตรเลียได้บัญญัติให้รัฐสภา ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักอันได้แก่ (1) ประมุขของประเทศ (2) วุฒิสภาและ (3) สภาผู้แทนราษฎรโดยกษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรดำรงฐานะประมุขของประเทศทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ ผ่านองค์กรของรัฐใน 2 ระดับคือ ระดับเครือรัฐ (Commonwealth Level) และระดับรัฐ (State Level) ตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรีโดยจะทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ (Governor-General) ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ในทางรัฐพิธีต่างๆมีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรียุบสภารวมทั้งการเรียกประชุมรัฐสภา

รัฐแต่ละรัฐและดินแดนมีสภานิติบัญญัติของตัวเอง โดยในรัฐควีนสแลนด์และดินแดนทั้ง 2 แห่งเป็นลักษณะสภาเดี่ยว ในขณะที่ในรัฐที่เหลือเป็นแบบสภาคู่

 

10

 

สภาผู้แทนราษฎรสหพันธรัฐประกอบด้วยสมาชิก 150 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยมีผู้แทนเขตละหนึ่งคนมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี ในส่วนของสภาสูงหรือวุฒิสภามีสมาชิก 76 คน มาจากแต่ละรัฐ รัฐละ 12 คน และจากดินแดนละสองคน (เขตเมืองหลวงและนอร์เทิร์นเทอริทอรี) โดยสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในแต่ละมลรัฐ ใช้ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วน ทำหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายและรักษาผลประโยชน์ของมลรัฐทั้งหลาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละหกปี (เว้นแต่สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับเลือกจากเขตปกครองพิเศษจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี)

อำนาจหน้าที่สำคัญของรัฐสภาคือ การตรากฎหมายระยะเวลาประมาณครึ่งหนึ่งของสมัยประชุมของสภาผู้แทนราษฎรจะใช้ในการพิจารณาร่างกฎหมายร่างกฎหมายส่วนใหญ่จะถูกเสนอโดยคณะรัฐมนตรีส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นสามารถเสนอร่างกฎหมายได้ เรียกว่า Private members’ bills โดยร่างกฎหมายทั้งหมดต้องผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองสภาจึงจะมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายวุฒิสภามีอำนาจนิติบัญญัติเช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎรเว้นแต่ไม่สามารถเสนอหรือแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินได้ทำได้เพียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเท่านั้นอย่างไรก็ตามวุฒิสภาอาจร้องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้ในทางปฏิบัติ

ส่วนรัฐสภาสหพันธรัฐมีอำนาจในการออกกฎหมายเฉพาะ อาทิ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการป้องกันประเทศ การค้าระหว่างรัฐและระหว่างประเทศ การอพยพย้ายถิ่น อย่างไรก็ตาม รัฐสภาทั้งในระดับรัฐและสหพันธรัฐต่างมีอำนาจในการออกกฎหมายเหมือนกันในบางเรื่อง เช่น การจัดเก็บภาษี สวัสดิการสังคม ในขณะที่รัฐสภาระดับรัฐมีขอบเขตในการออกกฎหมายที่กว้างกว่ารัฐสภาสหพันธรัฐ เช่น เรื่องการศึกษา กฎหมายอาญา เป็นต้น แม้ว่ารัฐสภาในระดับรัฐจะมีอำนาจในการออกกฎหมายในขอบเขตที่กว้างกว่า แต่โดยทั่วไปรัฐสภาสหพันธรัฐจะมีอำนาจมากกว่า ซึ่งหากมีการขัดกันระหว่างกฎหมายระดับรัฐกับกฎหมายระดับสหพันธรัฐนั้นให้ยึดกฎหมายสหพันธรัฐเป็นหลัก

ขณะเดียวกัน โครงสร้างของระบบบริหารราชการจะมีสองระดับที่ซ้อนกันอยู่ อันได้แก่ ในระดับสหพันธรัฐ (Commonwealth of Australia) กับในระดับมลรัฐ (State) โดยองค์กรบริหารราชการของออสเตรเลียจะมีโครงสร้างภายในสองระดับเช่นเดียวกัน คือ องค์กรระดับมลรัฐ (รัฐบาลมลรัฐ สภามลรัฐ ศาลสูงสุดมลรัฐ และหน่วยงานบริหารมลรัฐ) กับองค์กรในระดับสหพันธรัฐ (รัฐบาลของสหพันธ์ สภาของสหพันธ์ ศาลสูงสุดของสหพันธ์ และหน่วยราชการบริหารของสหพันธ์) ซ้อนกันอยู่นั้น กิจการที่เกิดขึ้นในแต่ละมลรัฐอาจจะอยู่ในอำนาจของรัฐบาลมลรัฐหรือรัฐบาลสหพันธรัฐก็ได้ รวมถึงการจัดตั้งหน่วยงานราชการจะมีความซ้ำซ้อนกันอยู่ในทั้งสองระดับเช่นกัน

การใช้อำนาจบริหาร

รัฐบาลสหพันธรัฐ (Federal Government) เป็นรัฐบาล “ระดับชาติ” ตั้งอยู่ในกรุงแคนเบอร์รา (Canberra) โดยรัฐบาลสหพันธ์เป็นที่รวมประชุมพิจารณาปัญหาของรัฐบาลมลรัฐหรือรัฐต่างๆที่รวมเป็นเครือรัฐออสเตรเลีย และเป็นผู้กำหนดนโยบายของประเทศ

รัฐบาลสหพันธรัฐมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการทำหน้าที่รับผิดชอบกิจการระดับประเทศ อาทิ การป้องกันประเทศ หรือกิจกรรมระหว่างประเทศ

รัฐบาลมลรัฐ (State Government) เครือรัฐออสเตรเลียมีรัฐบาลมลรัฐทั้งหมด 6 รัฐบาล

รัฐ/เขตปกครอง เมืองหลวง
รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) ซิดนีย์(Sydney)
รัฐวิคตอเรีย (Victoria) เมลเบิร์น(Melbourne)
รัฐควีนสแลนด์ (Queensland) บริสเบน (Brisbane)
เซาท์ออสเตรเลีย (South Australia) แอดิเลด (Adelaide)
เวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia) เพิร์ธ (Perth)
รัฐแทสมาเนีย (Tasmania) โฮบาร์ท (Hobart)
เขตนอร์เทอร์น เทอร์ริทอรี (Northern Territory) ดาร์วิน (Darwin)
ออสเตรเลียนแคปิตอลแทริเทอร์รี (Australian Capital Territory) กรุงแคนเบอร์รา (Canberra)

 

รัฐบาลรัฐมีผู้ว่าการรัฐเป็นผู้นำ รับผิดชอบด้านการศึกษา การคมนาคม การขนส่ง บริการสาธารณสุขการเกษตร และการออกกฎหมายบังคับภายในรัฐของตน

อำนาจหน้าที่ของมลรัฐ คือ อำนาจหน้าที่ทั้งหลายที่มิได้อยู่ในรัฐธรรมนูญกลาง โดยรัฐบาลมลรัฐนั้นมีอำนาจในการจัดระเบียบการปกครองตนเอง โดยผ่านรัฐสภาประจำแต่ละรัฐ (State Parliament) อันเป็นหน้าที่ของแต่ละรัฐต้องกระทำในขอบเขตรัฐแห่งตน โดยรัฐบาลมลรัฐจะออกกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในแต่ละรัฐนั้นๆ หัวหน้าฝ่ายบริหารแต่ละรัฐ คือ ผู้ว่าการรัฐ (State Governor) ซึ่งทำหน้าที่คล้าย ๆ กับนายกรัฐมนตรีของรัฐ

รัฐบาลมลรัฐจะรับผิดชอบในเรื่อง การศึกษา สาธารณสุข รถไฟ การค้าและอุตสาหกรรมภายในมลรัฐ การรักษากฎหมายและคำสั่ง การไฟฟ้าและการประปา เกษตรกรรม สำมะโนครัว การขนส่ง การพลังงาน การเกษตรกรรม การเคหะและการพัฒนาชุมชน กิจการตำรวจ ระบบศาลยุติธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาษีอากร ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม มลรัฐไม่สามารถที่จะมีกองทัพของตนเอง การออกธนบัตร หรือกำหนดอัตราศุลกากร หรือส่งทูตไปต่างประเทศนั้นทำไม่ได้ เพราะอำนาจเหล่านี้เป็นของรัฐบาลกลางโดยเฉพาะ

รัฐบาลท้องถิ่น (Local Government) การปกครองท้องถิ่นในออสเตรเลียไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งประเทศออสเตรเลีย หากแต่การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามกฎหมายของรัฐ ซึ่งในบางรัฐอาจบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญของรัฐ หรือบางรัฐอาจตรา

กฎหมายเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นใช้เฉพาะในรัฐนั้น ๆ ซึ่งมักได้รับมอบหมายภารกิจที่มีความสำคัญน้อยกว่าองค์กรในระดับสหพันธรัฐและในระดับมลรัฐอย่างมาก

การปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศออสเตรเลีย เป็นระบบชั้นเดียว (one - tier system) คือ มีหน่วยการปกครองรูปแบบเดียวคือ เทศบาล (Municipality) มีการจัดโครงสร้างภายในประกอบด้วย 2 ส่วนคือ สภาเทศบาล และฝ่ายบริหาร

สำหรับรัฐบาลท้องถิ่น รับผิดชอบโดยนายกเทศมนตรี มีหน้าที่ดูและด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการพื้นฐานต่างๆ

รัฐบาล ผู้นำ อำนาจหน้าที่

รัฐบาลสหพันธรัฐ (Commonwealth
Federal Government)

นายกรัฐมนตรี
  • ป้องกันประเทศ
  • กิจการระหว่างประเทศ
  • ความมั่นคงทางสังคม
  • การคมนาคมทางอากาศ

รัฐบาลมลรัฐ (State Government)

ผู้ว่าการมลรัฐ
  • มีอำนาจปกครองตนเอง
  • มีรัฐธรรมนูญและกฎหมายของตนเอง
  • รับผิดชอบนโยบายสาธารณะด้านต่างๆ

รัฐบาลท้องถิ่น (Local Government)

นายกเทศมนตรี
  • ดูแลด้านสาธารณูปโภคสาธารณูปการพื้นฐาน

 

ขอบเขตภารกิจที่ฝ่ายบริหารในแต่ละระดับต้องรับผิดชอบ แสดงดังตารางต่อไปนี้

ระดับของการปกครอง ขอบเขตความรับผิดชอบ
งานระดับสหพันธรัฐ การสื่อสารโทรคมนาคม  การป้องกันประเทศ  สิ่งแวดล้อม  การศึกษาระดับสูงกว่ามัธยม  
การเงินการคลัง  การต่างประเทศและการค้า  การสาธารณสุข  
การจัดระบบความสัมพันธ์ในอุตสาหกรรม  กิจการคนเข้าเมือง  การพัฒนาอุตสาหกรรม  
การไปรษณีย์  การท่องเที่ยวและการขนส่ง
งานระดับมลรัฐหรือดินแดน การเกษตร  การศึกษาระดับประถมและมัธยม  การไฟฟ้าและประปา  กิจการพลังงาน  
สิ่งแวดล้อม  ป่าไม้  การสาธารณสุขและโรงพยาบาล  การเคหะ  กิจการยุติธรรม  
กิจการที่ดินและเหมืองแร่  กิจการตำรวจและการขนส่ง
งานระดับท้องถิ่น การออกใบอนุญาตเลี้ยงสัตว์  การออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร  การระบายน้ำและกำจัดน้ำเสีย
การจัดทำและบำรุงรักษาถนนในท้องถิ่น  การจัดที่จอดรถการดูแลเรื่องไฟส่องสว่างตามถนนสาธารณะ

 

การใช้อำนาจตุลาการ

อำนาจตุลาการของสหพันธรัฐ (Federal Judicature) ประเทศออสเตรเลียได้รับเอาระบบกฎหมายแบบจารีตประเพณี (Common Law Jurisdiction) ตามแบบประเทศอังกฤษมาใช้ซึ่งมีแนวความคิดพื้นฐานอยู่บนหลักที่ทุกคนต้องอยู่ใต้บทบัญญัติกฎหมายเดียวกันและอย่างเท่าเทียมกัน(Equality before theLaw) อำนาจตุลาการเป็นอิสระจากฝ่ายนิติบัญญัติรัฐทุกรัฐรวมทั้งเขตการปกครองตนเองนครหลวงและเขตการปกครองตนเองตอนเหนือต่างมีระบบศาลเป็นของตนเองโดยมีระบบศาลคล้ายๆ กัน แบ่งเป็น

ศาลระดับสหพันธ์ (Federal Courts) ศาลในระดับสหพันธ์มีอำนาจพิจารณาคดีที่มีลักษณะจำเพาะเจาะจงและเกี่ยวข้องกับกฎหมายสหพันธ์โดยตรง เกี่ยวข้องกับศาลฎีกา (The High Court of Australia) ศาลสหพันธ์อื่นๆ (Other Federal Courts) ศาลอาณาเขต (Territory Courts)

ศาลแห่งรัฐ (State Court) ทุกรัฐจะมีศาลชั้นต้น(Inferior Courts) ซึ่งใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง (Magistrate)หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นผู้มีอำนาจ (Justice of the Peace)เป็นผู้พิพากษา อำนาจศาลเหล่านี้คือ การพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่มีคณะลูกขุนศาลอุทธรณ์ (Intermediate Courts) ในทุกรัฐยกเว้นรัฐแทสเมเนีย (Tasmania)ที่มีศาลแขวง (Magistrates Courts)กับศาลฎีกา (SupremeCourts) ศาลเหล่านี้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ต้องพิจารณาโดยคณะลูกขุนศาลฎีกา (Supreme Courts) ศาลนี้มีอำนาจพิจารณาคดีชั้นต้นและพิจารณาอุทธรณ์จากศาลที่ต่ำกว่า ตามปกติจะพิจารณาคดีอาญาที่ร้ายแรงและคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์สูง

ศาลพิเศษ (Specialized Courts and Tribunals) นอกจากศาลในระบบปกติแล้ว ยังมีศาลพิเศษและคณะอนุญาโตตุลาการ (Tribunals)ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อตัดสินปัญหาที่เกิดจากการบริหารงานบางประเภทของรัฐบาลหรือธุรกิจเอกชนบางประเภท

พรรคการเมืองในออสเตรเลีย

พรรคการเมืองในออสเตรเลียมีทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น พรรคการเมืองระดับชาติของออสเตรเลียเริ่มมีขึ้นตั้งแต่มีการก่อตั้งเครือรัฐออสเตรเลีย มีพรรคใหญ่ 3 พรรค ได้แก่ พรรคแรงงาน (Labor Party) หรือ ALP และพรรคเสรีนิยม (Liberal Party) และพรรคแห่งชาติออสเตรเลีย (National Party of Australia) อย่างไรก็ตาม ในเวทีการเมืองระดับชาติ พรรคเสรีนิยมมักจะเป็นพันธมิตรกับพรรคแห่งชาติออสเตรเลียเสมอเรียกได้ว่า ในระดับชาติออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีลักษณะสองพรรคเท่านั้น

พรรคแรงงาน (Labor Party – ALP) เป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ที่เป็นผู้ใช้แรงงาน และชนชั้นกลางในเขตเมือง ซึ่งมีแนวความคิดในลักษณะสังคมนิยมประชาธิปไตย

พรรคเสรีนิยม (Liberal Party) เป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ด้านธุรกิจ ชนชั้นกลางในเขตชานเมือง และประชาชนในชนบท มีแนวความคิดในลักษณะเสรีนิยมที่จำกัดบทบาทของรัฐ

พรรคแห่งชาติออสเตรเลีย (National Party of Australia) เป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ที่มีแนวความคิดในลักษณะอนุรักษ์นิยม ที่สะท้อนถึงลักษณะของประชาชนในชนบทเป็นหลัก

ออสเตรเลียมีพรรคการเมืองอื่นๆ อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเมืองระดับรัฐและท้องถิ่น เช่นพรรคAustralian Greens ซึ่งเน้นแนวคิดแบบพึ่งพิงธรรมชาติ และบทบาทของรัฐในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและความเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างได้สมดุล พรรค Family First ซึ่งมีแนวคิดเน้นความสำคัญของสถาบันในสังคมแบบอนุรักษ์นิยม พรรค One Nation ซึ่งมีแนวคิดชาตินิยม และพรรค Australian Democrats ซึ่งมีแนวคิดในลักษณะเสรีนิยมสังคม

การเลือกตั้งออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2556
ผลการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ.2556 ปรากฎว่า พรรคการเมือง LNP (พรรคลิเบอรัลกับพรรคเนชั่นนัล, ซึ่งเป็นการรวมผสมของ 2 พรรคการเมือง) โดยการนำของนาย โทนี่ แอปบ็อตต์ (Tony Abbott) ชนะ พรรคเลเบอร์ (LabourParty) นำโดยอดีตนายกรัฐมนตร่นาย เควิน รัดด์ ด้วยคะแนนเสียง89 ต่อ 57 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฏร ทำให้ออสเตรเลียได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 คือ นาย โทนี่ แอปบ๊อตต์ หัวหน้าพรรค ลิเบอรัล

พรรคลิเบอรัลกับพรรคเนชั่นนัลมีนโยบายที่สำคัญคือ1. ลดการใช้จ่ายที่ไม่สมควรของรัฐบาล 2. ยกเลิกภาษีคาร์บอน 3.ยกเลิกภาษีเหมืองแร่ และ 4. หยุดยั้งการอพยพเข้าประเทศทางเรือ
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้มีผลโดยตรงต่อบริษัทไทยหลายบริษัทที่ลงทุนในออสเตรเลีย (มีมูลค่าการลงทุนเกิน 5 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียเมื่อพ.ศ. 2555) บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ดำเนินกิจจการการทำเหมืองแร่ถ่านหิน และ น้ำมัน โรงงานทำน้ำตาลทราย ทำให้บริษัทเหล่านี้ก็จะเสียภาษีน้อยลง และมีแนวโน้มว่าจะมีรายได้มากขึ้น

สรุป

โครงสร้างของระบอบการเมืองการปกครองของประเทศออสเตรเลียนั้นเกิดจากการนำเอาระบบการบริหารของสองประเทศมาประยุกต์ใช้ ทั้งระบบการเมืองของสหราชอาณาจักรและของสหรัฐอเมริกาเป็นรัฐรวมในรูปสหพันธรัฐ (Federal State) ที่ประกอบด้วยรัฐอธิปไตยหลายรัฐรวมตัวตั้งเป็นเครือรัฐออสเตรเลีย (Commonwealthof Australia) มีระบบรัฐสภาทั้งในระดับรัฐและในระดับสหพันธรัฐ

รูปแบบการปกครองแบบสหพันธรัฐเป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับประเทศออสเตรเลีย เนื่องสภาพภูมิประเทศที่กว้างขวาง พื้นที่ใจกลางทวีปเป็นทะเลทราย ทำให้รัฐต่าง ๆ ในประเทศออสเตรเลียนั้น ตั้งอยู่ตามขอบทวีป เพื่อให้ใกล้กับทะเล เหมาะกับการค้าขาย/ติดต่อกับต่างประเทศซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนั้นการเปิดโอกาสให้แต่รัฐบริหารจัดการตนเอง จะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าที่จะรวมเอาอำนาจเข้ามาที่ศูนย์กลาง

บรรณานุกรม

สื่ออิเล็กทรอนิกส์
http://australianpolitics.com/democracy/overview/ http://www.constitution.org/cons/australi.txt
http://www.onec.go.th/publication/4210044/au1.htm
http://en.wikipedia.org/wiki/Separation_of_powers_in_Australia
http://auspsa.anu.edu.au/proceedings/publications/Alveypaper.pdf
http://www.aph.gov.au/Library/handbook/historical/index.htm
http://www.dfat.gov.au/facts/sys_gov.html
http://www.123independenceday.com/australia/political-system.html
http://www.local.moi.go.th/document%207.pdf
http://www.mfa.go.th/web/2392.php?id=21
http://www.senate.go.th/index-of-parliament/Infoes/australia0001.pdf
http://www.geocities.com/aus_group/p6.htm
http://www.fedcourt.gov.au/aboutct/aboutct.html
http://www.aph.gov.au/committee/committees_type.htm#house
http://www.ag.gov.au/www/agd/agd.nsf/Page/Legalsystemandjustice_TheCourts
http://en.wikipedia.org/wiki/Federalism
http://en.wikipedia.org/wiki/Federalism_in_Australia

หนังสือ
Lijphart.Arend.Patterns of Democracy: Government Forms and Performance in 36 Countries. YaleUniversity Press, 1999

Macintrye. Stuart.A Concise History of Australia.2nd edition, Cambridge University Press, 2004.

แก้วเกศร์ ถาวรพันธ์. รัฐสภาแห่งสหพันธรัฐ.สารวุฒิสภา. (มกราคม 2546) หน้า 26-43

คณะทำงานโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กระทรวงศึกษาธิการ.รายงานการศึกษาดูงานการจัดการศึกษารัฐควีนส์แลนด์และรัฐนิวเซาท์เวลส์ของประเทศออสเตรเลีย. กรุงเทพมหานคร. สำนักงานโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กระทรวงศึกษาธิการ ภาคกลางและภาคตะวันออก, 2538.

อมร รักษาสัตย์. กลไกทางการเมืองในระบบรัฐสภาออสเตรเลีย รัฐสภาสาร (ธันวาคม 2529), หน้า 58-90.

อมร รักษาสัตย์. กลไกการเมืองและการพัฒนาในออสเตรเลีย: รายงานการเยือนออสเตรเลียโดยคณะผู้แทนรัฐสภาอาเซียน. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์,2530.

 

ขอขอบคุณสถาบัน ATI ที่ให้การสนับสนุน

ATI-logo-large