การบริการทางการศึกษาสำหรับผู้เรียนจากต่างประเทศ

ปัจจุบันมีผู้เรียนต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในประเทศออสเตรเลียทั้งหมดประมาณ 440,000 คนจากทั่วโลก การศึกษาระดับนานาชาตินี้สร้างรายได้ให้กับประเทศออสเตรเลียมหาศาล เป็นธุรกิจส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศ และช่วยสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานในออสเตรเลียประมาณ 125,000 ตำแหน่ง

ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียมีสถาบันการศึกษาที่เปิดหลักสูตรระดับนานาชาติมากกว่า 3,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ในที่นี้มีทั้งที่เป็นสถาบันการศึกษาสังกัดภาครัฐและสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งเปิดหลักสูตรทั้งหมดประมาณ 30,000 หลักสูตรให้บริการแก่นักศึกษาต่างชาติ โดยหลักสูตรที่ให้บริการแก่ผู้เรียนชาวต่างชาติมี 4 ส่วนหลักได้แก่ หลักสูตรในระดับอุดมศึกษา ระดับอาชีวศึกษาและฝึกอบรม ระดับโรงเรียน และหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ1

การทดสอบภาษาอังกฤษ

สถาบันการศึกษาในออสเตรเลียโดยทั่วไปจะยอมรับผลการทดสอบภาษาอังกฤษในระบบ TheIELTStest (InternationalEnglishLanguageTestingSystem) ซึ่งเป็นระบบที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในประเทศอังกฤษ แคนาดา และนิวซีแลนด์ การสอบ IELTS ประกอบด้วยข้อสอบ 4 ส่วน เพื่อทดสอบ 4 ทักษะได้แก่ ฟัง พูด อ่าน เขียน และยังแบ่งการสอบออกเป็น 2 ประเภทคือ แบบทั่วไป (GeneralTraining) และแบบวิชาการ (Academic) ผู้สอบทั้งหมดใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน แต่ใช้ข้อสอบสำหรับการเขียนและการอ่านที่แตกต่างกัน การทดสอบแบบวิชาการนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ส่วนการทดสอบแบบทั่วไปจะใช้สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกอบรม ทำงาน หรือเพื่อขออนุญาตเข้าเมือง

ผลการทดสอบภาษาอังกฤษอีกประเภทที่ได้รับการยอมรับในสถาบันการศึกษาในออสเตรเลียคือ The TOEFL test (Test of English as a Foreign Language)

ขั้นตอนการไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย

  1. การหาที่เรียนและสมัครเรียน โดยผู้เรียนอาจหาเองจากเวปไซด์ จากเพื่อนหรือญาติแนะนำ หรือจากบริษัทแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกจะต้องส่งโครงร่างการทำวิจัยให้ทางคณะหรือสาขาที่จะเข้าศึกษาต่อก่อน เพื่อให้คณาจารย์ตอบรับเป็น Supervisor และหากสถาบันนั้นตอบรับการเข้าเรียน ผู้เรียนจะได้รับใบ Offer จากสถาบันที่สมัครเรียน จากนั้นจ่ายค่าสมัครเรียน ค่าเทอม ค่าโอน และค่าประกันสุขภาพ แล้วผู้เรียนจะได้ใบ COE เพื่อนำไปประกอบการขอ Visa
  2. การเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ต้องการไปศึกษาต่อจะต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่
    1) ประวัติการศึกษาและการฝึกอบรมต่างๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษ
    2) ประวัติการทำงาน (หากยังไม่ได้ทำงานไม่ต้องจัดเตรียม)
    3) ประวัติการเงิน ทางสถานทูตจะดูบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน เงินในบัญชีเงินฝากประมาณ 350,000 บาท บัญชีเงินฝากไม่จำเป็นต้องเป็นของคนที่จะไปเรียน แต่เป็นของ พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือญาติพี่น้อง นอกจากบัญชีเงินฝากแล้ว อาจเป็นสลากออมสิน หุ้นสหกรณ์ได้ และ
    4) พาสปอร์ต
  3. การจัดทำวีซ่า ผู้ที่จะเรียนต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพในโรงพยาบาลที่สถานเอกอัครราชทูตกำหนด เพื่อนำผลการตรวจไปขอวีซ่า และนำใบ COE ประกอบการขอวีซ่าด้วย

 

ขอขอบคุณสถาบัน ATI ที่ให้การสนับสนุน

ATI-logo-large