การศึกษาระดับอุดมศึกษาในออสเตรเลีย

รัฐบาลออสเตรเลียได้กำหนดเป้าหมายในการจัดการศึกษาระดับสูงของประเทศออสเตรเลียในปีค.ศ. 2020 ไว้ดังนี้คือ

  1. ลดสัดส่วนของประชากรอายุระหว่าง 20-60 ปีที่ไม่ได้ Certificate level Ⅲ qualification ลงครึ่งหนึ่ง
  2. ร้อยละ 40 ของประชากรอายุระหว่าง 25-34 ปีจะต้องได้รับการศึกษาอย่างน้อยในระดับปริญญาตรี และ
  3. เพิ่มสัดส่วนนักศึกษาปริญญาตรีที่มีพื้นฐานทางเศรษฐสังคมต่ำให้เป็นร้อยละ 20

 

การอุดมศึกษาของประเทศออสเตรเลียนับเป็นแหล่งการศึกษาที่ผู้คนทั่วโลกจำนวนมากเข้าไปศึกษาต่อ เนื่องด้วยสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ และหลายมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก วิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่ต้องการให้ออสเตรเลียเป็นชาติที่มีความเข้มแข็งและมีความเสมอภาคมากขึ้น โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการอุดมศึกษาเพื่อเพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความสามารถในการแข่งขันด้านการอุดมศึกษาในระดับนานาชาติ โดยในช่วงปีพ.ศ. 2551-2552 (ค.ศ. 2008-2009) รัฐบาลแห่งชาติออสเตรเลียได้เสนอขอบเขตวาระการปฏิรูปการอุดศึกษาและการทำวิจัย ซึ่งจะปฏิรูปทั้งในเรื่องของขนาด ศักยภาพ และคุณภาพของมหาวิทยาลัย ตลอดจนการเปิดประตูไปสู่การอุดมศึกษาสำหรับชาวออสเตรเลียรุ่นใหม่ โดยในส่วนของอุดมศึกษาและการวิจัยจะมีขอบเขตประเด็นที่ประกอบไปด้วยการพัฒนาตัวชี้วัดการจัดสรรงบประมาณการอุดมศึกษาและการวิจัย การจัดสรรทรัพยากรที่ถูกออกแบบให้สนับสนุนการสอนและการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา การปฏิรูประบบการกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น กองทุนเพื่ออุดหนุนกลุ่มเป้าหมายที่มีพื้นหลังทางเศรษฐสังคมที่ต่ำ เช่น กลุ่มชนพื้นเมือง การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียนที่ด้อยโอกาส ระบบกองทุนกลางสำหรับนักศึกษา การจัดทำสารบาญค่าแรงใหม่ (ค่าแรงงานตามอัตราค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น) การลงทุนในการอุดมศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย ความยั่งยืนของกองทุนการลงทุนเพื่อการศึกษา คุณภาพแห่งชาติและสำนักงานมาตรฐาน งบประมาณการดำเนินงานการอุดมศึกษา ความเข้มแข็งของอุดมศึกษาในส่วนภูมิภาค ความเข้มแข็งในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการอุดมศึกษาและการอาชีวศึกษา และการปรับปรุงทรัพยากรสำหรับการวิจัยและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอุดมศึกษาระดับโลก

ความเกี่ยวข้องระหว่างรัฐบาลกลาง รัฐบาลมลรัฐ และกระทรวงศึกษา การจ้างงานและแรงงานสัมพันธ์ รัฐบาลออสเตรเลียมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการกำหนดนโยบายและให้การอุดหนุนด้านการเงินแก่การอุดมศึกษา ในขณะที่รัฐบาลมลรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการออกกฎหมาย ในส่วนของการนำนโยบายไปบริหารจัดการและการดำเนินโครงการทางด้านการอุดมศึกษาจะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษา การจ้างงานและแรงงานสัมพันธ์

1 Department of Education, Employment and Workplace Relation, http://www.deewr.gov.au/HigherEducation/Review/Documents/PDF/Higher%20Education%20Review_Executive%20summary%20Recommendations%20and%20findings.pdf

ระบบการอุดมศึกษา

การอุดมศึกษาของประเทศออสเตรเลียประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาเหล่านี้เป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายระดับเครือรัฐ มลรัฐและแคว้น ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียมีสถาบันอุดมศึกษา 41แห่ง ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงมีคุณภาพระดับสูง เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล 37 แห่ง 2 แห่งเป็นของเอกชน และอีก 2 แห่งเป็นสาขาของมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอกมีบางแห่งเท่านั้นที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุปริญญาด้วย ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา

ระบบการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาจะมุ่งสอนให้ผู้เรียนสามารถคิด การวิเคราะห์ การตั้งคำถาม การสามารถค้นคว้าหาความรู้คำตอบ และการพิสูจน์ประเด็นคำถามต่างๆ ด้วยตนเอง ไม่ได้เน้นการท่องจำ คณาจารย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำ จะเป็นการเรียนในลักษณะการอภิปรายการถามตอบในชั้นเรียนเป็นหลัก และจะมีอาจารย์ช่วยสอน (Tutor) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอกหรือบางสถาบันจะอนุญาตให้นักศึกษาปริญญาโทเป็นครูช่วยสอน เพื่อช่วยตอบคำถามและให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่นักศึกษาในวิชาต่างๆ ก่อนเข้าชั้นเรียนทางหลักสูตรจะให้โครงร่างการเรียนการสอนและหนังสือหรือสื่อประกอบการสอนที่ผู้เรียนจะต้องศึกษามาล่วงหน้าก่อนเข้าชั้นเรียน โดยห้องสมุดจะกลายเป็นแหล่งความรู้สำคัญที่นักศึกษาระดับอุดมศึกษาเข้าใช้บริการ นอกจากนั้นการใช้ภาษาอังกฤษจะเป็นภาษากลางที่สำคัญในการศึกษา ซึ่งผู้เรียนต่างชาติจะต้องมีทักษะด้านนี้ในระดับสูง จึงจะสามารถเรียนรู้ได้อย่างเข้าใจและประสบความสำเร็จได้ โดยการอุดมศึกษาของออสเตรเลียมีหลายระดับดังนี้

ปริญญาตรี (Bachelor Degree) การสอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียจะพิจารณาจากผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นหลักโดยไม่มีการสอบเอนทรานซ์ ในกรณีที่เป็นนักเรียนต่างชาติ มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียจะกำหนดคุณสมบัติรับเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีของนักเรียนจากแต่ละประเทศแตกต่างกันไป โดยขึ้นกับการพิจารณาของในแต่ละมหาวิทยาลัยเช่น มหาวิทยาลัยจำนวนมากในออสเตรเลียไม่ยอมรับผลการสอบเทียบจากประเทศไทย ดังนั้นผู้ที่ต้องการเรียนต่อจะต้องศึกษาเพิ่มในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Foundation Studies) สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอที่จะเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ โดยทั่วไปใช้เวลาในการเรียน 1 ปี ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะเปิดสอน นอกจากนั้นบางมหาวิทยาลัยมีเกณฑ์การพิจารณารับนักศึกษาชาวต่างชาติที่มีผลการเรียนดีเลิศที่จบจากชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 และในหลายสถาบันอุดมศึกษาจะรับนักศึกษาที่เรียนจบชั้นปีที่ 1 ในระดับมหาวิทยาลัย เป็นต้น

ปริญญาตรีเกียรตินิยม (Bachelor with Honors) กรณีที่นักศึกษามีผลการเรียนดีเลิศในการศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยจะพิจารณาให้สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมได้โดยใช้เวลาศึกษาเพิ่มเติมอีก 1 ปี รูปแบบการจัดการเรียนการสอนของปริญญาเกียรตินิยมจะมีทั้งภาคบรรยายและภาควิทยานิพนธ์ ซึ่งหากนักศึกษาสามารถสอบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งในระดับปริญญาตรีเกียรตินิยม นักศึกษาจะได้รับรองคุณวุฒิให้เทียบเท่าปริญญาโทซึ่งจะทำให้สามารถเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกได้ โดยไม่ต้องเรียนในระดับปริญญาโท

การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มีหลายระดับทั้งการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตศึกษา อนุปริญญาโท ปริญญาโท ปริญาเอก และหลังปริญญาเอก มีรายละเอียดดังนี้

  1. ประกาศนียบัตรบัณฑิตศึกษา (Graduate Certificate) หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตระยะสั้นประมาณ 6 เดือนเพื่อเสริมความรู้เฉพาะด้านมีหลากหลายสาขาให้นักศึกษาเลือกเรียนเพิ่มเติมทั้งด้านการบริหาร การโรงแรม เทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ ภาษาต่างประเทศ ฯลฯ
  2. อนุปริญญาโท (Graduate Diploma) หลักสูตรนี้ใช้ระยะเวลาในการศึกษาตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี แล้วแต่หลักสูตร รับผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้วที่ต้องการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมซึ่งมีหลากหลายสาขา รูปแบบการเรียนการสอนในหลักสูตรลักษณะนี้มีทั้งภาคบรรยาย ภาคปฏิบัติในบางสาขา และอาจมีการทำเป็นโครงการศึกษาในบางสาขา ฯลฯ โดยหลายมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียได้จัดหลักสูตรอนุปริญญาโทเป็นหลักสูตรในช่วงปีแรกในการศึกษาระดับปริญญาโทซึ่งหากนักศึกษามีผลการเรียนในระดับที่ดี จะสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้
  3. ปริญญาโท (Master’s Degree) การศึกษาระดับนี้ใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 1–2 ปี โดยรูปแบบการเรียนการสอนมีหลายลักษณะ อาจเป็นการเรียนแบบเข้าร่วมฟังคำบรรยาย (Coursework) การเรียนแบบที่มุ่งทำวิทยานิพนธ์ (Research Project) และการเรียนที่มีทั้งเข้าร่วมฟังคำบรรยายและการทำวิทยานิพนธ์ผสมกัน การเลือกเรียนในลักษณะใดนั้นขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและสถาบันอุดมศึกษาที่เลือกเข้าศึกษาต่อ แต่อย่างไรก็ตาม สถาบันการอุดมศึกษาในออสเตรเลียส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ โดยอาจเป็นการเรียนภาคบรรยายเป็นหลักและมีการทำโครงการก่อนจบการศึกษา หรือเลือกเรียนแบบทำวิทยานิพนธ์เป็นหลัก และสถาบันหลายแห่งให้เลือกเรียนในลักษณะผสมผสานได้ เช่น นักศึกษาอาจจะเลือก Coursework 50% และ Research 50% หรือ Coursework 70% Research 30% ได้ เป็นต้น
  4. ปริญญาเอก (Doctoral Degree) ระยะเวลาศึกษาประมาณ 3–5 ปี เป็นหลักสูตรที่มุ่งให้ผู้เรียนทำโครงการวิจัยคือ เน้นการทำดุษฎีนิพนธ์เป็นหลัก อย่างไรก็ตามบางมหาวิทยาลัยจะมีการเพิ่มการสอนในลักษณะ Coursework ร่วมด้วย เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ แต่มักเป็นวิชาด้านกระบวนวิธีวิทยาการวิจัย แต่จะพบการสอนในลักษณะนี้ไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม การจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกได้ ผู้ที่จะต้องการเรียนต่อจะต้องทำโครงร่างนำเสนองานวิจัย โดยจะต้องเป็นหัวข้อที่อาจารย์ในสถาบันนั้นสนใจ และยอมรับที่จะเป็น Supervisor ให้

 

ตารางที่ 1: มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย

รัฐ/เขตการปกครอง มหาวิทยาลัย สถานที่ตั้ง (วิทยาเขตหลัก)

Australian Capital Territory
(ออสเตรเลียนแคปิตอลแทร์ริทอรี)

The Australian National University Canberra
University of Canberra Canberra

New South Wales
(นิวเซาท์เวลส์)

Australian Catholic University Sydney
Charles Sturt University Albury-Wodonga 
Macquarie University Sydney
Southern Cross University Lismore 
The University of Newcastle Newcastle 
The University of New England Armidale 
The University of New South Wales Sydney
The University of Sydney Sydney 
University of Technology Sydney Sydney 
University of Western Sydney Sydney 
University of Wollongong Wollongong

Northern Territory
(นอร์ทเทิร์นแทริทอรี)

Charles Darwin University Darwin

Queensland
(ควีนส์แลนด์)

Bond University*  Gold Coast
Central Queensland University Rockhampton
Griffith University Brisbane
James Cook University Townsville 
Queensland University of Technology Brisbane
The University of Queensland Brisbane
University of Southern Queensland Toowoomba
University of the Sunshine Coast Maroochydore 

South Australia
(เซาท์ออสเตรเลีย)

   
The University of Adelaide Adelaide
Flinders University Adelaide
University of South Australia  Adelaide
Carnegie Mellon Heinz College* Adelaide
Cranfield University* Adelaide

Tasmania
(แทสมาเนีย)

University of Tasmania Hobert

Victoria
(วิกตอเรีย)

        
Deakin University Melbourne
La Trobe University Melbourne
Monash University  Melbourne
RMIT University Melbourne
Swinburne University of Technology Melbourne
University of Ballarat Ballarat
The University of Melbourne Melbourne
Victoria University Melbourne
Melbourne College of Divinity Melbourne

Western Australia
(เวสเทิร์นออสเตรเลีย)

Curtin University of Technology Perth
  Edith Cowan University Perth
  Murdoch University Perth
  The University of Western Australia Perth
  The University of Notre Dame* Fremantle

ที่มา: Australian Education International.(n.d.). Study in Australia.

 

หมายเหตุ: *มหาวิทยาลัยเอกชน โดยมีมหาวิทยาลัยเอกชนจากต่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ Carnegie Mellon Heinz College จากสหรัฐอเมริกา และ Cranfield University จากสหราชอาณาจักร

ค่าเล่าเรียน

ผู้เรียนในระดับอุดมศึกษาในประเทศออสเตรเลียจะได้รับการพิจารณาให้ได้รับเงินอุดหนุนตามความเหมาะสมกับสภาพฐานะทางเศรษฐกิจของนักศึกษาแต่ละคน กล่าวคือมีการเก็บค่าเล่าเรียนตามประเภทของนักศึกษา ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียมีนักศึกษาอยู่ 3 ทั้งหมดประเภทด้วยกัน ได้แก่

  1. นักศึกษาที่ได้รับสิทธิตามโครงการ Commonwealth supported places ซึ่งนักศึกษาประเภทนี้จะได้รับสิทธิ์ในการชำระค่าเล่าเรียนต่ำกว่ากลุ่มอื่น
  2. นักศึกษาที่ไม่ได้รับสิทธิตามโครงการ Commonwealth supported places เป็นนักศึกษาที่จะต้องชำระค่าเล่าเรียนเต็มราคา
  3. นักศึกษาต่างชาติ (International fee paying) เป็นนักศึกษาที่จะต้องชำระค่าเรียนเต็มราคาเช่นเดียวกับนักศึกษาที่ไม่ได้รับสิทธิตามโครงการ Commonwealth supported places แต่ในบางสาขาวิชาอาจจะต้องชำระค่าเล่าเรียนสูงกว่านักศึกษาในประเทศที่จ่ายค่าเล่าเรียนเต็มราคา

 

หลักสูตรเตรียมตัวเข้าเรียนปริญญาตรี (Foundation Programs)

สำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากประเทศไทยจะต้องเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมตัวเข้าเรียนปริญญาตรี (Foundatioin Programs) หรือหลักสูตรอนุปริญญาก่อนจึงจะเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีได้ ซึ่งหลักสูตรเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนปริญญาตรีนี้เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีผลการศึกษาต่ำกว่าเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดในการเข้าเรียนปริญญาตรี หรือเป็นหลักสูตรเพื่อปรับพื้นฐานการศึกษาให้กับนักเรียนจากต่างประเทศที่ต้องการจะเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย หลักสูตรนี้จะเทียบเท่ากับการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 12 (Year 12) ผู้ที่จะเข้าเรียนจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 11 (Year 11) ของโรงเรียนออสเตรเลียหรือเทียบเท่า และมีผลการสอบภาษาอังกฤษ (IELTS) 5.5 และจะได้รับการรับรองเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อนักเรียนมีผลการเรียนตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด แต่ไม่สามารถเทียบโอนหน่วยกิจในหลักสูตรปริญญาตรีได้ บางหลักสูตรเป็นหลักสูตรเร่งรัด ใช้เวลาในการเรียนต่ำว่า 1 ปี เรียกว่า Express หรือ Accelerated Programs ซึ่งนักเรียนที่เข้าเรียนจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 12 (Year 12) ของโรงเรียนออสเตรเลียหรือเทียบเท่า และมีผลสอบภาษาอังกฤษ (IELTS) 6.0 บางหลักสูตรที่มีระยะเวลานานกว่า 1 ปี เรียกว่า Extended Programs เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีผลการสอบภาษาอังกฤษหรือคะแนน IELTS 5.5 หรือเทียบเท่า

หลักสูตรนี้จะเปิดสอนในโรงเรียน สถาบันการศึกษาวิชาชีพและฝึกอบรม สถาบันสอนภาษาอังกฤษและมหาวิทยาลัย และจะเปิดสอนแก่นักเรียนต่างชาติเท่านั้น เน้นการสอนแบบเดียวกับการเรียนปริญญาตรีคือ แบบเข้าชั้นเรียนกลุ่มใหญ่ (Lectures) และแบบกลุ่มย่อย (Tutorials) จะสอนและมีสภาพแวดล้อมในการเรียนแบบผู้ใหญ่ นอกจากนี้หากหลักสูตรของ Foundation Programs นั้นเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย นักเรียนยังสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในมหาวิทยาลัยและอาจารย์ผู้สอนอาจเป็นอาจารย์คนเดียวกับที่สอนในมหาวิทยาลัยนั้นๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามนักเรียนที่เรียนจบจากหลักสูตร Foundation Programs จะไม่ได้รับคุณวุฒิหลังจากจบการศึกษาเสมอไป แต่มหาวิทยาลัยมักสนับสนุนการเลือกเรียนหลักสูตร Foundation Programs เป็นเส้นทางการศึกษาสู่มหาวิทยาลัย ต่างจากนักเรียนที่จบหลักสูตรอนุปริญญาที่จะได้รับคุณวุฒิหลังจากการจบการศึกษา มีทางเลือกทางการศึกษาน้อยกว่าเนื่องจากมีวิชาเรียนที่จำกัดกว่า และยังไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยในฐานะที่เป็นเส้นทางการศึกษา

 

ขอขอบคุณสถาบัน ATI ที่ให้การสนับสนุน

ATI-logo-large