ภาพรวมการศึกษาในออสเตรเลีย

ภาพรวมการศึกษาในออสเตรเลีย

ระบบการศึกษาและสถาบันการศึกษาออสเตรเลียได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักศึกษาไทยมาตลอดหลายปี ในช่วงแรกของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศนั้น มีเพียงแต่เชื้อพระวงศ์ที่เดินทางไปศึกษาดูงานและเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ต่อมานักเรียนไทยส่วนใหญ่ที่ไปเรียนที่ออสเตรเลียจะเป็นนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา หรือได้รับทุนให้ไปฝึกด้านการทหาร ส่วนผู้ที่ไปด้วยทุนของตนเองนั้น ส่วนใหญ่จะไปเรียนภาษาและมีจำนวนไม่มากนัก

ไทยกับออสเตรเลียเริ่มมีความร่วมมือทางด้านการศึกษาและวิชาการเมื่อประเทศไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแผนการโคลัมโบ (Colombo Plan) เมื่อปี พ.ศ. 2497 แผนการโคลัมโบนี้เป็นความร่วมมือที่เก่าแก่ที่สุดของรัฐบาลในระดับภูมิภาค มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิก การให้ทุนการศึกษาภายใต้แผนการโคลัมโบนี้สิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2532 ในช่วงเวลา 35 ปี (พ.ศ. 2497 – 2532) มีคนไทยได้รับทุนการศึกษาภายใต้แผนการโคลัมโบและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียจำนวนทั้งสิ้น 450 คน

แม้การให้ทุนการศึกษาภายใต้แผนการโคลัมโบจะสิ้นสุดลง รัฐบาลออสเตรเลียยังคงให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาไทยเพื่อเดินทางมาศึกษายังออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องผ่านทุน Endeavour Awards และทุน Development Awards ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ การจ้างงานและแรงงานสัมพันธ์ของออสเตรเลีย (Department of Education, Employment, and Workplace Relations) และสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งออสเตรเลีย (AusAID) ตามลำดับ

ปัจจุบันทุนที่รัฐบาลออสเตรเลียให้กับประเทศกำลังพัฒนาในเขตเอเชีย-แปซิฟิกในแต่ละปีมีชื่อว่า Endeavour Scholarships and Fellowships แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก (Endeavour Postgraduate Scholarship) ทุนเพื่อการวิจัย (Research Fellowship) ทุนอาชีวศึกษาและฝึกอบรม (Endeavour Vocational Education andTraining Scholarship) และทุนศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาบุคคลากร (Endeavour Executive Fellowship) ที่ผ่านมามีนักเรียนไทยได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลออสเตรเลียแล้วกว่า 300 คน

การศึกษาของออสเตรเลีย

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่นักศึกษาทั่วโลกนิยมเดินทางไปศึกษาต่อมากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร หลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาในออสเตรเลียมีคุณภาพสูงและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ปลอดภัยและได้ชื่อว่ามีมาตรฐานการครองชีพดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สังคมมีความสงบสุข ผู้คนเป็นมิตร และเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทำให้นักศึกษาต่างชาติจำนวนมากนิยมเดินทางมาศึกษาต่อและท่องเที่ยวไปในประเทศออสเตรเลียโดยเฉพาะนักศึกษาจากประเทศในแถบเอเชียและนักศึกษาจากประเทศไทย

แต่ละปีสถาบันการศึกษาของออสเตรเลียรับนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาต่อในระดับต่างๆ มากกว่า 500, 000 คน (ตารางที่ 1) ซึ่งรัฐที่นักศึกษาต่างชาตินิยมเดินทางไปศึกษามากที่สุดคือในรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW) รองลงมาคือ รัฐวิคตอเรีย (VIC) ควีนส์แลนด์ (QLD) และเวสเทิร์นออสเตรเลีย (WA) ขณะที่รัฐที่มีนักศึกษาต่างชาติเดินทางไปศึกษาน้อยที่สุดคือ นอร์ทเทิร์นแทร์ริทอรี (NT)

 

รูปภาพที่ 1: จำนวนนักศึกษาต่างชาติในออสเตรเลียปี พ.ศ. 2551-2555

26

ที่มา : สำนักงานการศึกษาออสเตรเลียแห่งนานาชาติ, 2555

 

รูปภาพที่ 2: จำนวนนักศึกษาต่างชาติในแต่ละรัฐและเขตการปกครองของออสเตรเลียปี พ.ศ. 2551-2555

 27

ที่มา : สำนักงานการศึกษาออสเตรเลียแห่งนานาชาติ, 2555

 

นักศึกษาต่างชาติที่เข้าเรียนในออสเตรเลียมากที่สุด ประกอบด้วยนักศึกษาจากประเทศในแถบเอเชียเป็นส่วนใหญ่ โดยนักศึกษาจากประเทศจีนยังคงเดินทางมาศึกษาในประเทศออสเตรเลียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนมากเป็นลำดับที่ 1 ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รองลงมาคือ นักศึกษาจากอินเดียเกาหลีใต้ขณะที่นักศึกษาชาวไทยเดินทางมาศึกษาในออสเตรเลียมากเป็นลำดับที่ 6

 

รูปภาพที่ 3: ประเทศที่มีนักศึกษาต่างชาติเดินทางมาศึกษาในออสเตรเลียมากที่สุด 10 อันดับแรก

28

ที่มา : สำนักงานการศึกษาออสเตรเลียแห่งนานาชาติ, 2555

 

รูปภาพที่ 4: สัดส่วนนักเรียน/นักศึกษาต่างชาติในปี 2551-2555 จำแนกตามระดับการศึกษา

29

ที่มา : สำนักงานการศึกษาออสเตรเลียแห่งนานาชาติ, 2555

 

ชาวต่างชาติส่วนใหญ่นิยมส่งบุตรหลานหรือเดินทางมาศึกษาต่อในสถาบันฝึกอบรมวิชาชีพและในระดับมหาวิทยาลัยมากที่สุด รองลงมาคือ มาเรียนภาษาขณะที่การเข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

ระดับการศึกษาของออสเตรเลีย

 

ระบบการศึกษาของออสเตรเลียประกอบด้วยนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย (Higher Education) นักศึกษาอาชีวศึกษาหรือนักศึกษาของสถาบันฝึกอบรมวิชาชีพ (Vocational Education and Training: VET) นักเรียนของสถาบันภาษา (English Language Intensive Courses for Overseas Students: ELICOS) นักเรียนในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และนักศึกษากลุ่มอื่นๆ ซึ่งรวมถึงการเรียนในหลักสูตรปรับพื้นฐานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (Foundation Course) และหลักสูตรที่ไม่ให้คุณวุฒิเป็นทางการ (Non-award Course)

สถาบันการศึกษาในออสเตรเลีย แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักได้แก่ โรงเรียน สถาบันฝึกอบรมวิชาชีพหรือวิทยาลัย (Vocational Education and Training - VET) และมหาวิทยาลัยโดยเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นอนุบาลหรือเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน (Pre-School) ตามด้วยการเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษารวม 12ปีในปีสุดท้ายของชั้นมัธยมศึกษา (ปี 12) นักเรียนสามารถเลือกที่จะเรียนเพื่อรับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (Senior Secondary Certificate of Education) ที่รัฐบาลรับรองซึ่งเป็นที่ยอมรับจากมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาและการฝึกอบรมสายอาชีพทุกแห่งของออสเตรเลียและมหาวิทยาลัยในต่างประเทศหลายแห่งได้

 

รูปภาพที่ 5: โครงสร้างของระบบการศึกษาออสเตรเลีย

30

ที่มา: Australian Education International.(n.d.).Study in Australia.

 

ระดับการศึกษาในออสเตรเลีย

การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นการศึกษาในระบบโรงเรียนจะใช้อายุเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง โดยรัฐบาลแต่ละรัฐจะเป็นผู้บริหารจัดการเองทั้งหมด ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงเรื่องการให้เงินอุดหนุนและการออกกฎระเบียบข้อบังคับที่ใช้สำหรับดูแลโรงเรียนภายในรัฐ ทั้งโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชน โรงเรียนของรัฐบาลจะเป็นประเภทไปกลับ (Day School) ส่วนโรงเรียนเอกชนจะมีทั้งโรงเรียนประจำ(Boarding School) และไป-กลับ และหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละมลรัฐหรือแต่ละโรงเรียนจะมีความแตกต่างกัน แต่จะอยู่บนหลักสูตรแกนเดียวกัน

การศึกษาระดับอาชีวศึกษาหรือสถาบันฝึกวิชาชีพ เป็นการศึกษาที่เน้นการเตรียมบุคลากรสำหรับการทำงานให้ผู้เรียนที่เรียนจบในระดับมัธยมศึกษา แต่ไม่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาหรือสำหรับนักเรียนที่ต้องการออกมาประกอบอาชีพเลย ปัจจุบันมีผู้นิยมเข้าเรียนในการอาชีวศึกษาเป็นจำนวนมาก ระบบการบริหารจัดการในเรื่องดังกล่าวของแต่ละมลรัฐและหลักสูตรที่ใช้ จะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งผู้เรียนสามารถย้ายที่เรียนไปเรียนในมลรัฐต่าง ๆ ได้ โดยการเรียนหลักสูตรดังกล่าวในมลรัฐหนึ่งจะมีมาตรฐานเดียวกับการเรียนในมลรัฐอื่นๆ 

การศึกษาในระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียในทุกรัฐได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง โดยมหาวิทยาลัยจะมีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการตนเอง ทั้งในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนและประเด็นที่เกี่ยวข้องหลักสูตรทั้งหมด ซึ่งหลักสูตรที่จัดขึ้นนี้จะต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ

กรอบวุฒิการศึกษาแห่งชาติออสเตรเลียหรือ AQF

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีความยืดหยุ่นในการนำกรอบปฏิบัติทางการศึกษา เพื่อช่วยให้นักศึกษาสามารถเรียนจากคุณวุฒิหนึ่งไปสู่คุณวุฒิที่สูงกว่าได้ ทั้งในคุณวุฒิประเภทเดียวกันหรือข้ามไปประเภทอื่นๆภายในกรอบคุณวุฒิการศึกษาโดยใช้ทั้งในระดับโรงเรียน ระดับอาชีวะ ระดับมหาวิทยาลัยและอุดมศึกษาอื่นๆ กรอบคุณวุฒิทางการศึกษาดังกล่าวนี้เรียกว่า "กรอบคุณวุฒิทางการศึกษาแห่งชาติออสเตรเลีย" หรือ AQF ซึ่งได้รับการรับรองโดยรัฐบาลออสเตรเลียและเป็นที่ยอมรับทั่วประเทศออสเตรเลียและทั่วโลก

 

รูปภาพที่ 6: เส้นทางการศึกษาตามกรอบวุฒิการศึกษาออสเตรเลีย หรือ AQF

31

ที่มา: Australian Education International.(n.d.).Study in Australia. 

การศึกษาปฐมวัย (0-8 ปี)

ออสเตรเลียมุ่งให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพการจัดการศึกษา การเข้าถึงสถาบันการศึกษาของประชาชน ความสามารถของประชาชนในการจ่ายค่าเล่าเรียน และการผสมผสานระหว่างการศึกษาปฐมวัยและการดูแลเด็กเข้าด้วยกัน ซึ่งจะเน้นไปที่การเชื่อมโยงและทำงานกับโรงเรียน เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนในประเทศออสเตรเลียจะได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ทั้งในเรื่องการเรียนรู้และการดำเนินชีวิต โดยมีหน่วยงานที่ชื่อว่า สำนักงานการศึกษาปฐมวัยและการดูแลเด็ก (Office of Early Childhood Education & Child care) เป็นหน่วยงานอยู่ภายใต้สังกัดของส่วนงานด้านการศึกษา การจ้างงาน และแรงงานสัมพันธ์ (Department of Education, Employment and Workplace Relation) เป็นผู้ดูแลกระบวนการทั้งหมด หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานระดับชาติที่ทำหน้าที่ดูแลการปฏิบัติงานทางด้านการศึกษาปฐมวัยในบริบทภาพรวมทั้งประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน ในขณะเดียวกันก็จะดูแลในเรื่องการเข้าถึงสถาบันการศึกษาของประชาชน ความสามารถของประชาชนในการจ่ายค่าเล่าเรียน และคุณภาพการให้บริการทางศึกษาในระดับปฐมวัยของประเทศออสเตรเลียด้วย

รัฐบาลมลรัฐและแคว้นทุกแห่ง และรัฐบาลกลาง มีการจัดทำข้อตกลงสำหรับการเป็นหุ้นส่วนระดับชาติร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย โครงการนี้ได้รับงบสนับสนุน 970 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อทำให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาปฐมวัยในช่วง 1 ปีก่อนที่จะเข้าสู่การเรียนการสอนในโรงเรียน ภายในปี พ.ศ. 2556 (ค.ศ. 2013) ในขณะที่จัดสรรงบประมาณอีก 955 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับรัฐบาลมลรัฐและแคว้นทุกแห่ง ตามข้อตกลงทวิภาคีที่จะให้การสนับสนุนการปฏิบัติงาน นอกจากนั้นปี พ.ศ. 2550-2551(ค.ศ. 2007–2008) รัฐบาลออสเตรเลียได้ลงทุนงบประมาณจำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จัดทำโครงการนวัตกรรมเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงการศึกษาปฐมวัยทั่วมลรัฐและแคว้นต่างๆ ในประเทศออสเตรเลีย

นโยบายการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กพื้นเมือง (Indigenous Children) รัฐบาลออสเตรเลียกำหนดว่าเด็กพื้นเมืองอายุ 4 ขวบในชุมชนห่างไกลทั้งหมดต้องสามารถเข้าถึงการศึกษาปฐมวัย ภายในระยะเวลา 5 ปี โดย เด็กพื้นเมืองทุกคนจะต้องเข้าถึงการศึกษาปฐมวัยในระยะเวลา 12 เดือน ก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษาเต็มเวลาในโรงเรียน ภายใน พ.ศ. 2556 (ค.ศ. 2013) เพื่อลดช่องว่างการอ่าน การเขียน และการคำนวณของเด็กพื้นเมืองลงครึ่งหนึ่ง ภายใน 10 ปี

การจัดการศึกษาปฐมวัย
การจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศออสเตรเลียจะเป็นไปในลักษณะที่ไม่มีการควบคุมและไม่มีการบังคับ โดยในช่วงแรกเด็กชาวออสเตรเลียมักจะถูกนำไปดูแลในสถานรับเลี้ยงเด็กตอนกลางวัน (Day care) หรือไม่ก็อยู่ในการดูแลของพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งการบริหารจัดการการศึกษาปฐมวัยในประออสเตรเลียจะถูกแยกให้ออกมาจากโรงเรียนระดับประถมศึกษาในทุกมลรัฐและทุกแคว้น ยกเว้น รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia)และควีนส์แลนด์ (Queensland) เท่านั้นที่การศึกษาปฐมวัยจะถูกบริหารจัดการเช่นเดียวกับเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาในระดับประถมศึกษา

หน่วยงานจัดการศึกษาปฐมวัย
การศึกษาปฐมวัยในประเทศออสเตรเลียจะดำเนินการโดยสภาท้องถิ่น ชุมชน หรือไม่ก็องค์กรเอกชน ยกเว้น แคว้นเหนือ (Northern Territory) และ ควีนส์ แลนด์ (Queensland) เท่านั้นที่มีการดำเนินการโดย Territory and State Governments

เกณฑ์อายุเข้าศึกษาในระดับปฐมวัย
กำหนดเกณฑ์อายุอยู่ที่ 3-5 ปี สำหรับในช่วง 1ปีก่อนที่เด็กเหล่านี้จะเข้าสู่การเรียนในโรงเรียนระดับประถมศึกษา หรือเรียกว่าระดับเตรียมประถมศึกษา (Preparatory) ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดสำหรับการศึกษาปฐมวัยโดยการเรียนการสอนมี 2 รูปแบบ คือ แบบเรียนครึ่งวัน และแบบเรียนเต็มวัน กรณีที่เรียนเต็มวัน ครึ่งเช้าจะเรียนตามหลักสูตรที่วางไว้ อีกครึ่งบ่ายจะปล่อยให้เด็กทำกิจกรรมตามอัธยาศัย

ระดับเตรียมประถมศึกษา (Preparatory)
เป็นการเริ่มต้นการศึกษาในโรงเรียน จัดการศึกษาให้เด็กก่อนเข้าสู่ระดับประถมศึกษา (Kindergarten) หรือการศึกษาระดับก่อนเข้าเรียน (Pre-school) เด็กที่มีสิทธิเข้าเรียนต้องมีอายุครบ 4 ปี ได้รับการสอน 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นจำนวน 40 สัปดาห์ต่อปีในช่วง 1 ปี ก่อนที่เด็กจะเข้าสู่การประถมศึกษา การศึกษาในระดับนี้ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ แต่ผู้ปกครองสวนใหญ่นิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียนในระดับนี้ การเรียนการสอนในระดับนี้จะเน้นการพัฒนาเด็กในทุกด้าน โดยหลักสูตร จะเชื่อมต่อกับหลักสูตรในระดับประถมศึกษาโดยเน้นไปที่ทักษะการอ่านออกเขียนได้ ทักษะทางคณิตศาสตร์ ทักษะด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ทักษะทางบุคลิกภาพและสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมที่จำเป็นให้เด็กก่อนเข้าเรียนประถมศึกษาก่อน 1 ปี การศึกษาระดับปฐมวัยในออสเตรเลียไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ จึงสามารถยืดหยุ่นรูปแบบการจัดการศึกษาได้ จึงเห็นได้ว่าแต่ละรัฐมีรูปแบบการจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน แต่สิ่งเหมือนกันคือ การเรียนการสอนจะเน้นการพัฒนาทักษะพื้นฐานของเด็กก่อนเข้าสู่ระดับประถมศึกษา

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

ประเทศออสเตรเลียมีกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับชาติที่ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ โดยที่ทุกโรงเรียนจะเปิดสอนวิชาใน 8 พื้นที่การเรียนรู้หลัก ได้แก่ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ การศึกษาทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และภาษาอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี การพัฒนาบุคลิกภาพ สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาจะมีสาขาวิชาให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีขอบเขตของเนื้อหาวิชาที่กว้างขวางมากขึ้น มีครูผู้สอนที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี และมีการใช้เทคโนโลยีในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์เน็ต อุปกรณ์สื่อมัลติมีเดีย และห้องแล็ป

การศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศออสเตรเลียจะให้ความสำคัญในเรื่องความสนใจและการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนเป็นหลักเช่นเดียวกับการสอนให้มีวินัยในตนเอง การทำวิจัยและการเรียนรู้โดยผ่านการศึกษาค้นคว้า

รัฐบาลรัฐและเขตปกครองแต่ละแห่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบเบื้องต้นในการให้งบประมาณอุดหนุนโรงเรียนที่สังกัดภาครัฐ รวมทั้งให้การสนับสนุนช่วยเหลือโรงเรียนที่ไม่ได้สังกัดภาครัฐด้วย ในขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียเป็นผู้ให้งบประมาณสนับสนุนทั้งโรงเรียนที่สังกัดภาครัฐ และโรงเรียนที่ไม่ได้สังกัดภาครัฐ ซึ่งโรงเรียนที่ไม่ได้สังกัดภาครัฐส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ในที่นี้ประมาณ 2 ใน 3 ของนักเรียนในโรงเรียนที่ไม่ได้สังกัดภาครัฐทั้งหมด เรียนอยู่ในโรงเรียนแคธอริค ในขณะที่ภาพรวมโดยส่วนใหญ่ร้อยละ 68 เรียนอยู่ในโรงเรียนที่สังกัดภาครัฐ ที่เหลืออีกร้อยละ 32 อยู่ในโรงเรียนที่ไม่ได้สังกัดภาครัฐ

การศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนที่สังกัดภาครัฐ นักเรียนไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนัก เช่น ค่าใช้จ่ายในการไปทัศนะศึกษา ค่าหนังสือ

โรงเรียนในเครือแคธอริคและโรงเรียนเอกชนทั่วไปจะกำหนดโครงสร้างค่าเล่าเรียนของตนเอง และจะได้รับเงินอุดหนุนจากทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐ

การปฏิรูปคุณภาพการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รัฐบาลออสเตรเลียให้ความสำคัญกับการปรับปรุงคุณภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับชาติ จึงได้ดำเนินการร่วมกับรัฐบาลแต่ละรัฐและเขตการปกครอง รวมถึงสถาบันการศึกษาที่ไม่ได้สังกัดภาครัฐ เพื่อทำการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวนมากถึง 63.5 พันล้านเหรียญสหรัฐให้กับโรงเรียนออสเตรเลียในช่วงปี พ.ศ. 2552 -2555 (ค.ศ. 2009–2012) หรือคิดเป็นเกือบ 2 เท่าของงบประมาณในช่วงที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นให้กับนักเรียนออสเตรเลียทั้งหมดได้ เช่น ลงทุนในการปฏิรูปการศึกษาดิจิตอลจำนวน 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐโครงการศูนย์การอบรมทางด้านการค้าจำนวน 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐและการปฏิรูปการศึกษาและอาคารจำนวน 16.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นต้น

นอกจากนั้นยัง เริ่มต้นพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางด้านทักษะพื้นฐาน เช่น การพัฒนาการอ่าน การเขียนและการคำนวณ การสอนโดยครูที่มีคุณภาพ การสนับสนุนนักศึกษาด้อยโอกาส อีกทั้งนักเรียน โรงเรียนและผู้ปกครองได้รับการสนับสนุนผ่านทางโครงการการจัดทำข้อมูลความโปร่งใสของโรงเรียน การรายงานและการประเมินผล และการพัฒนาหลักสูตรระดับโลก ตลอดจนการลดช่องว่างทางการศึกษาระหว่างนักเรียนชาวพื้นเมืองและนักเรียนที่ไม่ใช่ชาวพื้นเมือง

ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน

การศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศออสเตรเลียจะถูกกำหนดให้อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 6–15 ปี โดยขึ้นอยู่กับรัฐแต่ละรัฐและสถานที่เกิดของเด็กเหล่านี้เป็นสำคัญ 2 ใน 3 ของโรงเรียนทั้งหมดเป็นโรงเรียนภาครัฐ นอกจากนี้เป็นโรงเรียนเอกชน นอกจากนี้การศึกษาขั้นพื้นฐานของออสเตรเลียยังมีรูปแบบของการจัดการศึกษาที่บ้าน หรือ การศึกษาโดยครอบครัว (Homeschool) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนที่อาศัยอยู่ตามชนบทห่างไกล

โรงเรียนสังกัดภาครัฐจะให้บริการการศึกษาขั้นพื้นฐานกับผู้เรียนโดยที่ผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่โรงเรียนเอกชนจะมีการเก็บค่าเล่าเรียนตามปกติ ทั้งนี้โดยที่โรงเรียนสังกัดภาครัฐและโรงเรียนเอกชนจะมีการใช้กรอบหลักสูตรเดียวกัน

ประถมศึกษา (Primary)
การศึกษาระดับประถมศึกษาเป็นการศึกษาภาคบังคับ ใช้เวลาเรียน 1-6 หรือ 7 ปี การเรียนการสอนจะเน้นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและการอ่านออกเขียนได้ ทักษะทางตัวเลขและคณิตศาสตร์อย่างง่าย สังคมศึกษา สุขศึกษา และกิจกรรมที่ฝึกความคิดสร้างสรรค์

นักเรียนที่เข้าสู่การศึกษาในระดับประถมศึกษาไม่จำเป็นต้องผ่านการสอบเข้าเรียน และไม่มีใบรับรองการศึกษาเมื่อสำเร็จการศึกษา แต่ทุกคนต้องสอบปลายภาคในปีสุดท้ายของระดับประถมศึกษาให้ผ่าน และมีใบรับรองจากครูผู้สอน ซึ่งต้องผ่านการปรึกษาหารือกับผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว และนักเรียนทุกคนสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมได้ โดยไม่จำเป็นต้องสอบเพื่อเข้าศึกษาต่อ

นอกเหนือจากการเรียนการสอนตามระบบของรัฐ ออสเตรเลียยังมีการเรียนการสอนนอกระบบของรัฐ คือ หลักสูตร International Baccalaureate Primary Years Program (PYP)สำหรับนักเรียนที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป ระยะเวลาเรียน 12 ปี หลักสูตรนี้ถูกพัฒนาโดยองค์กร International Baccalaureate Organization (IBO) ซึ่งปัจจุบันมี 41 โรงเรียนทั่วออสเตรเลียเปิดสอนหลักสูตรนี้ ภายในหลักสูตร PYP ประกอบไปด้วย 6 วิชาหลัก ได้แก่ ภาษา สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ ศิลปะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลิกภาพ สังคม และพละศึกษา โดยการเรียนการสอนจะเป็นแบบสหวิทยาการ นโยบายด้านการประเมินผลการเรียนจะพัฒนาโดยครูผู้สอนในลักษณะของโรงเรียนเป็นฐาน (School-based assessment) ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน

มัธยมศึกษา (Secondary)
ระดับมัธยมศึกษา อยู่ในระดับการศึกษาภาคบังคับ ระยะเวลาเรียนตั้งแต่ปีที่ 7 หรือ 8 จนกระทั่งถึงปีที่ 10 ปี นับจากปีที่สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา โดยใน 1-2 ปีแรกของการเรียนระดับมัธยมจะเรียนรายวิชาพื้นฐานทั่วไป แต่ในปีต่อมาจะต้องเรียนรายวิชาหลักและวิชาเลือก โดยวิชาหลัก ได้แก่ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมและสิ่งแวดล้อม ภาษาต่างประเทศนอกจากภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีและการประยุกต์ศึกษา ศิลปะสร้างสรรค์และการพัฒนาบุคลิภาพ สุขภาพและสุขศึกษา ซึ่งบางรายวิชาจะรายละเอียดและความซับซ้อนของเนื้อหาแตกต่างกัน

มัธยมศึกษาตอนต้น การเรียนในระดับมัธยมศึกษาในรัฐนี้ มัธยมศึกษาตอนต้นจะใช้เวลาเรียน 4 ปี (ปีที่ 7-10) หลักสูตรในระดับนี้นักเรียนจะมีทั้งวิชาเลือกและวิชาบังคับ โดยรายวิชาต่าง ๆ เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในบางรัฐนักเรียนจะได้รับใบรับรองคุณวุฒิอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบางแห่งนักเรียนที่จบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อาจไม่ได้รับใบรับรองคุณวุฒิ แต่อย่างไรก็ตามนักเรียนทุกคนสามารถเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมปลายได้ทันที

นอกจากการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่แต่ละรัฐกำหนดแล้ว ยังมีหลักสูตรมัธยมศึกษาต้นที่เรียกว่า International Baccalaureate Middle Years Program (MYP)ถูกพัฒนาโดยองค์กร International Baccalaureate Organization (IBO) เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีอายุ 11-16 ปี ปัจจุบันมีโรงเรียน 48 แห่งทั่วออสเตรเลียที่จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรนี้ โดยในหลักสูตรประกอบไปด้วย ภาษา 1 (Language A) ภาษา 2 (Language B) มนุษย์ศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสุขศึกษา

มัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับมัธยมปลายครอบคลุมปีที่ 11-12 หลักสูตรการเรียนการสอนในระดับชั้นนี้จะมีหลายหลักสูตร ซึ่งช่วยเตรียมนักเรียนสำหรับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น สำหรับการทำงาน และการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ เมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับนี้นักเรียนจะได้รับใบรับรองวุฒิการศึกษาที่เรียกว่า “Senior Secondary Certificate of Education” เมื่อสอบผ่านและสำเร็จการศึกษาในปีที่ 12 แต่ชื่อใบรับรองจะแตกต่างกันไปตามรัฐต่างๆ และการเข้าศึกษาระดับมหาวิทยาลัย นักเรียนต้องสอบและวัดผลการเรียนในชั้นปีที่ 11 และ 12 เพื่อให้ได้รับประกาศนียบัตรการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(Australian Education Network)

นอกจากนั้น โรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาระดับมัธยมปลายหลายแห่ง ยังมีการจัดหลักสูตรด้านอาชีพ (Vocational programs) นักเรียนสามารถเรียนหลักสูตรเสริมนอกเหนือจากหลักสูตรปกติ นั่นรวมถึงการฝึกงานของนักเรียนที่จัดโดยโรงเรียน ซึ่งอนุญาตให้นักเรียนได้รับคุณวุฒิด้านอาชีวะและเทคนิคระหว่างที่เรียนระดับมัธยมปลาย เนื้อหาภายในหลักสูตรอยู่บนพื้นฐานของหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ สอดคล้องกับ Australian Quality Training Framework (AQTF) ที่กำหนดไว้

นอกเหนือจากหลักสูตรปกติ การเรียนระดับมัธยมปลายยังมีหลักสูตรที่เรียกว่า International Baccalaureate Diploma (IB) ดูแลหลักสูตรโดยองค์กร International Baccalaureate Organization ใช้เวลาเรียน 2 ปี ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เปิดสอนหลักสูตรนี้ 50 โรง โดยหลักสูตร IB ประกอบไปด้วย การเรียนภาษา 1 เนื้อหาเกี่ยวกับภาษาหลักของออสเตรเลีย ซึ่งรวมการอ่านออกเขียนได้ ภาษา 2 นักเรียนสามารถเลือกเรียนภาษาต่างประเทศ เช่น ลาติน กรีกโบราณ ฯลฯ มนุษย์และสังคม เนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจและการจัดการ เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารในสังคมโลก ประวัติอิสลาม (Islamic history) ปรัชญา จิตวิทยา สังคมและวัฒนธรรม และมนุษย์ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เนื้อหาเกี่ยวกับชีววิทยา เคมี เทคโนโลยีดีไซน์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และ ฟิสิกส์ และศิลปะ เนื้อหาเกี่ยวกับดนตรี ศิลปภาพยนต์ และทัศนศิลป์

เป้าหมายของหลักสูตรเพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และพัฒนาทักษะการเรียนรู้และการสื่อสาร เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับใบรับรองคุณวุฒิ International Baccalaureate Diploma จากองค์กร International Baccalaureate Organization ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการพิจารณาคัดเลือกเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยได้ทุกรัฐ

การอาชีวศึกษาและสถาบันฝึกอบรมวิชาชีพ

ระบบการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ (Vocational Education and Training; VET) ในประเทศออสเตรเลีย เป็นการจัดการศึกษาสายอาชีพที่มีความหลากหลายมาก และมีคุณภาพที่มีมาตรฐานสูงในระดับแนวหน้าของโลก ส่งผลให้หลักสูตรสายอาชีพเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศออสเตรเลีย การจัดการอาชีวศึกษาเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาเส้นทางอาชีพผ่านการเรียนในหลักสูตรที่ผสมผสานระหว่างการเรียนและการทำงานเข้าด้วยกัน ผู้ให้บริการจัดการศึกษาจะมีทั้งมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และสถาบันเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง (Technical and Further Education-TAFE) ซึ่งเป็นของรัฐบาล

ประเทศออสเตรเลียให้ความสำคัญกับการจัดการอาชีวศึกษามาก โดยมีกระทรวงศึกษา การจ้างงานและแรงงานสัมพันธ์เป็นต้นสังกัด ที่ปัจจุบันมุ่งดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาของออสเตรเลียในทุกรัฐให้มีความแข็งแกร่ง สามารถพัฒนาสู่การเป็นแหล่งจัดการอาชีวศึกษาระดับนานาชาติได้ การอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม จะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการแข่งขันและทักษะทางอาชีพ และทำให้การถ่ายโอนหน่วยกิตมีความยืดหยุ่นและเส้นทางการเรียนรู้ง่ายขึ้น สามารถถ่ายโอนไปยังระดับการศึกษาที่สูงกว่าได้ง่ายและไปทั่วทุกมลรัฐ

นอกจากนั้น รัฐบาลยังได้ออกนโยบายการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมในโรงเรียน เป็นโครงการที่ช่วยให้นักเรียนในระดับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับ เครดิตและคุณวุฒิอาชีวศึกษาภายใต้กรอบคุณวุฒิทางการศึกษาออสเตรเลีย (Australian Qualifications Framework) ซึ่งมีกุญแจความสำเร็จอยู่ที่การบูรณาการการอาชีวศึกษาเข้ากับการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยโครงการดังกล่าวจะประกอบไปด้วย การพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านอุตสาหกรรม โดยผู้เรียนได้รับคุณวุฒิอาชีวศึกษาและหน่วยความสามารถ ในขณะเดียวกับที่ยังได้รับคุณวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย มุ่งพัฒนาทักษะศักยภาพและความเข้าใจในโลกของการทำงาน เพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในโลกของการทำงานซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าสำหรับช่วยในการวางแผนและการเลือกประกอบอาชีพต่อไป

ประเทศออสเตรเลียมีการกำหนดนโยบายพัฒนาเครือข่ายการส่งสัญญาณทางการศึกษาความเร็วสูง สำหรับการอาชีวศึกษา โดยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติและสนับสนุนการใช้วัสดุอุปกรณ์การเรียนรู้ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกันได้และพัฒนาเป็นห้องเรียนเสมือน (Virtual classrooms) โดยมุ่งพัฒนาอย่างมากในสถาบันเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลออสเตรเลียไม่ได้นิ่งนอนใจกับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในภาคอุตสาหกรรม แต่มุ่งพัฒนากลุ่มแรงงานดังกล่าวให้มีทักษะความสามารถในการปฏิบัติงานมากขึ้น โดยรัฐได้กำหนดนโยบายพัฒนาทักษะด้านภาษาและการอ่านออกเขียนได้ให้กลุ่มแรงงานในภาคอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยหน่วยงานในการฝึกอบรมทักษะภาษาอังกฤษ การอ่านออกเขียนได้ และการคำนวณให้แรงงาน โดยการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมให้กับหน่วยงานเพื่อใช้ในการฝึกอบรมภาษาอังกฤษ และการอ่านออกเขียนได้

ระบบการอาชีวศึกษาและสถาบันฝึกวิชาชีพ
ประเภทของสถาบันอาชีวศึกษาในประเทศออสเตรเลีย1 ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียมีองค์กรอาชีวศึกษาที่ทำการจดทะเบียนกว่า 4,000 สถาบัน ในที่นี้ประมาณ 80 สถาบันที่เป็นสถาบัน Technical and Further Education (TAFE) และสถาบันอื่น ๆ ของภาครัฐ ส่วนที่เหลือ จะเป็นสถาบันอาชีวะศึกษาที่จัดโดยเอกชน

ระบบการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม เป็นระบบที่เกิดมาจากความร่วมมือของรัฐบาลกลางประเทศออสเตรเลีย รัฐบาลของรัฐและเขตการปกครอง 8 แห่ง ตัวแทนจากภาคส่วนอุตสาหกรรม และสถาบันฝึกอบรมสังกัดภาครัฐและเอกชน ซึ่งทำงานร่วมกันในการจัดการฝึกอบรมทางด้านอาชีพให้กับประชาชนออสเตรเลียที่มีความสนใจทั่วประเทศโดยนายจ้างจะเป็นกลุ่มที่มีบทบาทร่วมตัดสินใจว่าจะดำเนินนโยบายการฝึกอบรม และพัฒนามาตรฐานการฝึกอบรมที่สามารถสนับสนุนทักษะที่นายจ้างต้องการจากแรงงาน ทั้งนี้ โดยมีหน่วยงานที่ชื่อว่า National Centre for Vocational Education Research หรือ (NCVER) บริษัทไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมีรัฐบาลกลาง รัฐบาลมลรัฐและแคว้นเป็นเจ้าของ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดฝึกอบรม การบริหารจัดการ การวิเคราะห์ การประเมินผล การทำวิจัยและการเก็บสถิติเกี่ยวกับการอาชีวศึกษาทั้งระบบ

สถาบันการอาชีวศึกษาตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ มีการเปิดสอนหลากหลายหลักสูตรตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี ได้แก่ ธุรกิจการก่อสร้างวิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ การออกแบบ การท่องเที่ยว การโรงแรม เกษตรกรรม แฟชั่น การเพาะปลูก ทัศนศิลป์ มัลติมีเดียคอมพิวเตอร์ ฯลฯโดยหลักสูตรเหล่านี้สามารถเข้าศึษาต่อในระดับปริญญาตรีได้

นักเรียนสามารถเริ่มเรียนอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมได้หลังจากสำเร็จจากชั้นมัธยมศึกษา (ชั้นปีที่ 10) หรือชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นปีที่ 12) สถาบันอาชีวศึกษาหลายแห่งมีความสัมพันธ์และข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยซึ่งหมายความว่าสามารถเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีได้โดยมหาวิทยาลัยรับโอนหน่วยกิตถึง 1 ปีและเมื่อคุณสามารถศึกษาได้คะแนนตามที่สถาบันอาชีวศึกษากำหนดสถาบันอาชีวศึกษาจะเสนอคุณวุฒิการศึกษาเป็นประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 และระดับ 4 ซึ่งหากสามารถเรียนประกาศนียบัตรระดับสูงขึ้นมากก็จะมีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานในสถานประกอบการเพิ่มมากขึ้นด้วย

ระบบ Vocational education and training (VET) จัดให้มีเส้นทางที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถย้ายไปเรียนหรือไปฝึกอบรมในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือในสถานประกอบการได้ สำหรับการย้ายที่เรียนระหว่างการอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาจะขึ้นอยู่กับการตกลงร่วมกันระหว่างสถาบันเหล่านี้

กรณีจะให้สถาบันอื่นจัดอบรมและต้องการนำผลมาเทียบโอนนั้น ต้องเป็นการตกลงร่วมกันกับสถาบันอุดมศึกษาให้เข้าไปดูแลหลักสูตรการจัดฝึกอบรม และการฝึกอบรม เช่น ดูว่าผลการศึกษาอบรมที่คาดหวัง ระยะเวลาการฝึกอบรม และหลักสูตรที่อบรมว่าสอดคล้องกับรายวิชาที่สถาบันอุดมศึกษาจะเทียบโอนให้หรือไม่ ตลอดจนความยากและความซับซ้อนของหลักสูตร และวิธีการประเมินของสถาบันฝึกอบรม ซึ่งหากสถาบันอุดมศึกษาเข้าไปประเมินแล้วเห็นว่ายังไม่เป็นที่พอใจอาจมีการจัดให้ประเมินเพิ่มเป็นรายบุคคลได้อีก เช่น ในประเทศออสเตรเลียรัฐจะเข้าไปกำกับดูแลสถาบันฝึกอบรมและหากแห่งใดได้มาตรฐานก็จะลงทะเบียนไว้ และทางสถาบันอุดมศึกษาก็สามารถยอมรับบุคคลที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันนั้นๆได้ ซึ่งหน่วยงานของออสเตรเลียนี้เรียกว่า Register Training Organization (RTO) องค์กรจดทะเบียนการฝึกอบรม

หลักสูตรการเรียนการสอน มี 3 ลักษณะสำคัญ คือ

  1. Training Packagesเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่ได้รับการยอมรับในระดับชาตและได้รับการพัฒนาโดยภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลิตแรงงานตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหลักสูตรนี้ประกอบด้วยวุฒิบัตรหลายใบด้วยกัน ขึ้นอยู่กับประเภท ระดับที่จบ และความเชี่ยวชาญชำนาญ
  2. Accredited courses เป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นโดยอิงอยู่กับความต้องการทางด้านทักษะของภาคอุตสาหกรรม วิสาหกิจ และชุมชน ซึ่งนอกเหนือไปจากที่จัดฝึกอบรมใน Training Packagesหลักสูตรที่จัดขึ้นนี้เป็นหลักสูตรที่ได้รับการพัฒนาโดย Registered Training Organisations (RTOs) และได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมในระดับมลรัฐและแคว้น ซึ่งจะมีความสอดคล้องกับมาตรฐานในระดับชาติ สำหรับสัดส่วนของทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการเรียนการสอนจะขึ้นอยู่กับสาขาวิชาหรืออาชีพ และระดับทักษะที่ต้องการได้รับการพัฒนาเป็นสำคัญ
  3. Workplace-based programs and courses สถานประกอบการสามารถเข้าร่วมหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะให้กับพนักงาน ซึ่งจัดขึ้นโดย Registered Training Organisations (RTOs)โดยหลักสูตรที่จัดขึ้นนี้นับได้ว่าเป็นหลักสูตรที่สามารถตอบสนองได้ทั้งความต้องการของนายจ้างและลูกจ้าง คือ เปิดโอกาสให้พนักงานประจำในสถานประกอบการสามารถเข้าถึงการเรียนรู้และได้รับหน่วยกิตที่เกิดจากการเรียนรู้ในการปฏิบัติงานได้ ขณะเดียวกันสถานประกอบการเอง จะได้พนักงานทำงานที่มีทักษะตรงตามที่ต้องการมากขึ้น ซึ่งหลักสูตรการอบรมที่จัดขึ้นนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ทำให้พนักงานได้รับวุฒิการศึกษาเพิ่มขึ้น แต่ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าสถานประกอบการดังกล่าวต้องเข้าร่วมโครงการนี้

 

1Australia government, http://www.aei.gov.au/AEI/CEP/Australia/EducationSystem/TechVoc/InstitutionTypes/default.htm

การอุดมศึกษา

รัฐบาลออสเตรเลียได้กำหนดเป้าหมายในการจัดการศึกษาระดับสูงของประเทศออสเตรเลียในปี ค.ศ. 20202 ไว้ดังนี้คือ

  1. ลดสัดส่วนของประชากรอายุระหว่าง 20-60 ปีที่ไม่ได้ Certificate level Ⅲ qualification ลงครึ่งหนึ่ง
  2. ร้อยละ 40 ของประชากรอายุระหว่าง 25-34 ปีจะต้องได้รับการศึกษาอย่างน้อยในระดับปริญญาตรี และ
  3. เพิ่มสัดส่วนนักศึกษาปริญญาตรีที่มีพื้นฐานทางเศรษฐสังคมต่ำให้เป็นร้อยละ 20

 

การอุดมศึกษาของประเทศออสเตรเลีย นับเป็นแหล่งการศึกษาที่ผู้คนทั่วโลกจำนวนมากเข้าไปศึกษาต่อ เนื่องด้วยสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ และหลายมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก วิสัยทัศน์ของรัฐบาล ที่ต้องการให้ออสเตรเลียเป็นชาติที่มีความเข้มแข็งและมีความเสมอภาคมากขึ้น โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการอุดมศึกษาเพื่อเพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความสามารถในการแข่งขันด้านการอุดมศึกษาในระดับนานาชาติ โดยในช่วงปี พ.ศ. 2551-2552 (ค.ศ.2008-2009) รัฐบาลแห่งชาติออสเตรเลียได้เสนอขอบเขตวาระการปฏิรูปการอุดศึกษาและการทำวิจัย ซึ่งจะปฏิรูปทั้งในเรื่องของขนาด ศักยภาพและคุณภาพของมหาวิทยาลัย ตลอดจนการเปิดประตูไปสู่การอุดมศึกษาสำหรับชาวออสเตรเลียรุ่นใหม่ โดยในส่วนของอุดมศึกษาและการวิจัยจะมีขอบเขตประเด็นที่ประกอบไปด้วยการพัฒนาตัวชี้วัดการจัดสรรงบประมาณการอุดมศึกษาและการวิจัย การจัดสรรทรัพยากรที่ถูกออกแบบให้สนับสนุนการสอนและการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา การปฏิรูประบบการกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น กองทุนเพื่ออุดหนุนกลุ่มเป้าหมายที่มีพื้นหลังทางเศรษฐสังคมที่ต่ำ เช่น กลุ่มชนพื้นเมือง การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียนที่ด้อยโอกาส ระบบกองทุนกลางสำหรับนักศึกษา การจัดทำสารบาญค่าแรงใหม่ (ค่าแรงงานตามอัตราค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น) การลงทุนในการอุดมศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย ความยั่งยืนของกองทุนการลงทุนเพื่อการศึกษา คุณภาพแห่งชาติและสำนักงานมาตรฐาน งบประมาณการดำเนินงานการอุดมศึกษา ความเข้มแข็งของอุดมศึกษาในส่วนภูมิภาค ความเข้มแข็งในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการอุดมศึกษาและการอาชีวศึกษา และการปรับปรุงทรัพยากรสำหรับการวิจัยและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอุดมศึกษาระดับโลก

ความเกี่ยวข้องระหว่างรัฐบาลกลาง รัฐบาลมลรัฐ และกระทรวงศึกษา การจ้างงานและแรงงานสัมพันธ์ รัฐบาลออสเตรเลียมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการกำหนดนโยบายและให้การอุดหนุนด้านการเงินแก่การอุดมศึกษา ในขณะที่รัฐบาลมลรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการออกกฎหมาย ในส่วนของการนำนโยบายไปบริหารจัดการและการดำเนินโครงการทางด้านการอุดมศึกษา จะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษา การจ้างงานและแรงงานสัมพันธ์

ระบบการอุดมศึกษา
การอุดมศึกษาของประเทศออสเตรเลียประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาเหล่านี้เป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายระดับเครือรัฐ มลรัฐและแคว้น ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียมีสถาบันอุดมศึกษา41แห่ง ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงมีคุณภาพระดับสูง เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล 37แห่ง 2แห่งเป็นของเอกชนและอีก 2 แห่งเป็นสาขาของมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอกมีบางแห่งเท่านั้นที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุปริญญาด้วย ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา

ระบบการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา จะมุ่งสอนให้ผู้เรียนสามารถคิด การวิเคราะห์ การตั้งคำถาม การสามารถค้นคว้าหาความรู้คำตอบ และการพิสูจน์ประเด็นคำถามต่าง ๆ ด้วยตนเอง ไม่ได้เน้นการท่องจำ คณาจารย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำ จะเป็นการเรียนในลักษณะการอภิปรายการถามตอบในชั้นเรียนเป็นหลัก และจะมีอาจารย์ช่วยสอน (Tutor) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอกหรือบางสถาบันจะอนุญาตให้นักศึกษาปริญาโทเป็นครูช่วยสอน เพื่อช่วยตอบคำถามและให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่นักศึกษาในวิชาต่าง ๆ ก่อนเข้าชั้นเรียนทางหลักสูตรจะให้โคร่งร่างการเรียนการสอนและหนังสือหรือสื่อประกอบการสอนที่ผู้เรียนจะต้องศึกษามาล่วงหน้าก่อนเข้าชั้นเรียน โดยห้องสมุดจะกลายเป็นแหล่งความรู้สำคัญที่นักศึกษาระดับอุดมศึกษาเข้าใช้บริการ นอกจากนั้นการใช้ภาษาอังกฤษ จะเป็นภาษากลางที่สำคัญในการศึกษา ซึ่งผู้เรียนต่างชาติ จะต้องมีทักษะด้านนี้ในระดับสูง จึงจะสามารถเรียนรู้ได้อย่างเข้าใจ และประสบความสำเร็จได้ โดยการอุดมศึกษาของออสเตรเลียมีหลายระดับดังนี้

ปริญญาตรี (Bachelor Degree) การสอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย จะพิจารณาจากผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นหลักโดยไม่มีการสอบเอ็นทรานซ์ ในกรณีที่เป็นนักเรียนต่างชาติ มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย จะกำหนดคุณสมบัติรับเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีของนักเรียนจากแต่ละประเทศแตกต่างกันไป โดยขึ้นกับการพิจารณาของในแต่ละมหาวิทยาลัยเช่น มหาวิทยาลัยจำนวนมากในออสเตรเลียไม่ยอมรับผลการสอบเทียบจากประเทศไทยดังนั้นผู้ที่ต้องการเรียนต่อจะต้องศึกษาเพิ่มในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Foundation Studies) สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอที่จะเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ โดยทั่วไปใช้เวลาในการเรียน 1 ปี ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะเปิดสอน นอกจากนั้นบางมหาวิทยาลัย มีเกณฑ์การพิจารณารับนักศึกษาชาวต่างชาติที่มีผลการเรียนดีเลิศที่จบจากชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 และในหลายสถาบันอุดมศึกษา จะรับนักศึกษาที่เรียนจบชั้นปีที่ 1 ในระดับมหาวิทยาลัย เป็นต้น 

ปริญญาตรีเกียรตินิยม (Bachelor with Honors) กรณีที่นักศึกษามีผลการเรียนดีเลิศในการศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยจะพิจารณาให้สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมได้โดยใช้เวลาศึกษาเพิ่มเติมอีก 1 ปีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของปริญญาเกียรตินิยม จะมีทั้งภาคบรรยาย และภาควิทยานิพนธ์ซึ่งหากนักศึกษาสามารถสอบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งในระดับปริญญาตรีเกียรตินิยม นักศึกษาจะได้รับรองคุณวุฒิให้เทียบเท่าปริญญาโทซึ่งจะทำให้สามารถเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกได้ โดยไม่ต้องเรียนในระดับปริญญาโท

การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มีหลายระดับทั้งการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตศึกษา อนุปริญญาโท ปริญญาโท ปริญาเอก และหลังปริญญาเอก มีรายละเอียดดังนี้

  1. ประกาศนียบัตรบัณฑิตศึกษา (Graduate Certificate) หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรระยะสั้นประมาณ6 เดือนเพื่อเสริมความรู้เฉพาะด้านมีหลากหลายสาขาให้นักศึกษาเลือกเรียนเพิ่มเติมทั้งด้านการบริหาร การโรงแรม เทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ ภาษาต่างประเทศ ฯลฯ
  2. อนุปริญญาโท (Graduate Diploma) หลักสูตรนี้ใช้ระยะเวลาในการศึกษา ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปีแล้วแต่หลักสูตร รับผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้วที่ต้องการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมซึ่งมีหลากหลายสาขา รูปแบบการเรียนการสอนในหลักสูตรลักษณะนี้ มีทั้งภาคบรรยาย ภาคปฏิบัติในบางสาขา และอาจมีการทำเป็นโครงการศึกษาในบางสาขา ฯลฯโดยหลายมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย ได้จัดหลักสูตรอนุปริญญาโทเป็นหลักสูตรในช่วงปีแรกในการศึกษาระดับปริญญาโทซึ่งหากนักศึกษามีผลการเรียนในระดับที่ดี จะสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้
  3. ปริญญาโท (Master’s Degree) การศึกษาระดับนี้ใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ1 – 2 ปีโดยรูปแบบการเรียนการสอน มีหลายลักษณะ อาจเป็นการเรียนแบบเข้าร่วมฟังคำบรรยาย (Coursework) การเรียนแบบที่มุ่งทำวิทยานิพนธ์ (Research Project)และการเรียนที่มีทั้งเข้าร่วมฟังคำบรรยายและการทำวิทยานิพนธ์ผสมกัน การเลือกเรียนในลักษณะใดนั้นขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและสถาบันอุดมศึกษาที่เลือกเข้าศึกษาต่อ แต่อย่างไรก็ตาม สถาบันการอุดมศึกษาในออสเตรเลียส่วนใหญ่ จะอนุญาตให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ โดยอาจเป็นการเรียนภาคบรรยายเป็นหลัก และมีการทำโครงการก่อนจบการศึกษา หรือเลือกเรียนแบบทำวิทยานิพนธ์เป็นหลัก และสถาบันหลายแห่งให้เลือกเรียนในลักษณะผสมผสานได้ เช่น นักศึกษาอาจจะเลือก Coursework 50% และ Research 50% หรือ Coursework 70% Research 30% ได้ เป็นต้น 
  4. ปริญญาเอก (Doctoral Degree) ระยะเวลาศึกษาประมาณ 3 – 5 ปี เป็นหลักสูตรที่มุ่งให้ผู้เรียนทำโครงการวิจัย คือ เน้นการทำดุษฎีนิพนธ์เป็นหลัก อย่างไรก็ตามบางมหาวิทยาลัยจะมีการเพิ่มการสอนในลักษณะ Coursework ร่วมด้วย เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแต่มักเป็นวิชาด้านกระบวนวิธีวิทยาการวิจัย แต่จะพบการสอนในลักษณะนี้ไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม การจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกได้ ผู้ที่จะต้องการเรียนต่อจะต้องทำโครงร่างนำเสนองานวิจัย โดยจะต้องเป็นหัวข้อที่อาจารย์ในสถาบันนั้นสนใจ และยอมรับที่จะเป็น Supervisor ให้

 

ตารางที่ 1: มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย

 

รัฐ/เขตการปกครอง มหาวิทยาลัย

สถานที่ตั้ง (วิทยาเขตหลัก)

Australian Capital Territory
(ออสเตรเลียนแคปิตอลแทร์ริทอรี)

The Australian National University Canberra
University of Canberra Canberra

New South Wales
(นิวเซาท์เวลส์)


      
Australian Catholic University Sydney 
Charles Sturt University Albury- Wodonga
Macquarie University Sydney
Southern Cross University Lismore
The University of Newcastle Newcastle
The University of New England Armidale
The University of New South Wales Sydney
The University of Sydney Sydney
University of Technology Sydney Sydney
University of Western Sydney Sydney
University of Wollongong Wollongong

Northern Territory
(นอร์ทเทิร์นแทริทอรี)

Charles Darwin University Darwin

Queensland
(ควีนส์แลนด์)


       
Bond University * Gold Coast
Central Queensland University Rockhampton
Griffith University Brisbane
James Cook University Townsville 
Queensland University of Technology Brisbane
The University of Queensland Brisbane
University of Southern Queensland Toowoomba
University of the Sunshine Coast  Maroochydore

South Australia
(เซาท์ออสเตรเลีย)

The University of Adelaide Adelaide
Flinders University Adelaide
University of South Australia Adelaide
Carnegie Mellon Heinz College* Adelaide
Cranfield University* Adelaide

Tasmania
(แทสมาเนีย)

University of Tasmania Hobert

Victoria
(วิกตอเรีย)

Deakin University Melbourne
La Trobe University Melbourne
Monash University Melbourne
RMIT University Melbourne
Swinburne University of Technology Melbourne
University of Ballarat Ballarat
The University of Melbourne Melbourne
Victoria University Melbourne
Melbourne College of Divinity Melbourne

Western Australia
(เวสเทิร์นออสเตรเลีย)

Curtin University of Technology Perth
Edith Cowan University Perth
Murdoch University Perth
The University of Western Australia Perth
The University of Notre Dame* Fremantle

ที่มา: Australian Education International.(n.d.).Study in Australia.

 

หมายเหตุ: * มหาวิทยาลัยเอกชน โดยมีมหาวิทยาลัยเอกชนจากต่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ Carnegie Mellon Heinz College จากสหรัฐอเมริกา และ Cranfield University จากสหราชอาณาจักร

ค่าเล่าเรียน
ผู้เรียนในระดับอุดมศึกษาในประเทศออสเตรเลีย จะได้รับการพิจารณาให้ได้รับเงินอุดหนุนตามความเหมาะสมกับสภาพฐานะทางเศรษฐกิจของนักศึกษาแต่ละคน กล่าวคือ มีการเก็บค่าเล่าเรียนตามประเภทของนักศึกษา ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียมีนักศึกษาอยู่ 3 ทั้งหมดประเภทด้วยกัน ได้แก่

  1. นักศึกษาที่ได้รับสิทธิตามโครงการ Commonwealth supported placesซึ่งนักศึกษาประเภทนี้จะได้รับสิทธิ์ในการชำระค่าเล่าเรียนต่ำกว่ากลุ่มอื่น
  2. นักศึกษาที่ไม่ได้รับสิทธ์ตามโครงการ Commonwealth supported places เป็นนักศึกษาที่จะต้องชำระค่าเล่าเรียนเต็มราคา
  3. นักศึกษาต่างชาติ (International fee paying) เป็นนักศึกษาที่จะต้องชำระค่าเรียนเต็มราคาเช่นเดียวกับนักศึกษาที่ไม่ได้รับสิทธ์ตามโครงการ Commonwealth supported places แต่ในบางสาขาวิชาอาจจะต้องชำระค่าเล่าเรียนสูงกว่านักศึกษาในประเทศที่จ่ายค่าเล่าเรียนเต็มราคา

 

2Department  of Education, Employment and Workplace Relation, http://www.deewr.gov.au/HigherEducation/Review/Documents/PDF/
Higher%20Education%20Review_Executive%20summary%20Recommendations%20and%20findings.pdf

หลักสูตรเตรียมตัวเข้าเรียนปริญญาตรี (Foundatioin Programs)

สำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากประเทศไทย จะต้องเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมตัวเข้าเรียนปริญญาตรี (Foundatioin Programs) หรือหลักสูตรอนุปริญญาก่อนจึงจะเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีได้ ซึ่งหลักสูตรเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนปริญญาตรีนี้เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีผลการศึกษาต่ำกว่าเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดในการเข้าเรียนปริญญาตรี หรือเป็นหลักสูตรเพื่อปรับพื้นฐานการศึกษาให้กับนักเรียนจากต่างประเทศที่ต้องการจะเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย หลักสูตรนี้จะเทียบเท่ากับการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 12 (Year 12) ผู้ที่จะเข้าเรียนจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 11 (Year 11) ของโรงเรียนออสเตรเลียหรือเทียบเท่า และมีผลการสอบภาษาอังกฤษ (IELTS) 5.5 และจะได้รับการรับรองเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อนักเรียนมีผลการเรียนตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดแต่ไม่สามารถเทียบโอนหน่วยกิจในหลักสูตรปริญญาตรีได้ บางหลักสูตรเป็นหลักสูตรเร่งรัด ใช้เวลาในการเรียนต่ำว่า 1 ปี เรียกว่า Express หรือ Accelerated Programs ซึ่งนักเรียนที่เข้าเรียนจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 12 (Year 12) ของโรงเรียนออสเตรเลียหรือเทียบเท่า และมีผลสอบภาษาอังกฤษ (IELTS) 6.0บางหลักสูตรที่มีระยะเวลานานกว่า 1 ปี เรียกว่า Extended Programs เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่มีผลการสอบภาษาอังกฤษ หรือคะแนน IELTS 5.5 หรือเทียบเท่า

หลักสูตรนี้จะเปิดสอนในโรงเรียน สถาบันการศึกษาวิชาชีพและฝึกอบรม สถาบันสอนภาษาอังกฤษและมหาวิทยาลัย และจะเปิดสอนแก่นักเรียนต่างชาติเท่านั้น เน้นการสอนแบบเดียวกับการเรียนปริญญาตรีคือ แบบเข้าชั้นเรียนกลุ่มใหญ่ (Lectures) และแบบกลุ่มย่อย (Tutorials) จะสอนและมีสภาพแวดล้อมในการเรียนแบบผู้ใหญ่ นอกจากนี้หากหลักสูตรของ Foundation Programs นั้นเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย นักเรียนยังสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในมหาวิทยาลัยและอาจารย์ผู้สอนอาจเป็นอาจารย์คนเดียวกับที่สอนในมหาวิทยาลัยนั้นๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามนักเรียนที่เรียนจบจากหลักสูตร Foundation Programs จะไม่ได้รับคุณวุฒิหลังจากจบการศึกษาเสมอไป แต่มหาวิทยาลัยมักสนับสนุนการเลือกเรียนหลักสูตร Foundation Programs เป็นเส้นทางการศึกษาสู่มหาวิทยาลัย ต่างจากนักเรียนที่จบหลักสูตรอนุปริญญาที่จะได้รับคุณวุฒิหลังจากการจบการศึกษา มีทางเลือกทางการศึกษาน้อยกว่าเนื่องจากมีวิชาเรียนที่จำกัดกว่า และยังไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยในฐานะที่เป็นเส้นทางการศึกษา

หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ (ELICOS)

ออสเตรเลียมีหลักสูตรภาษาอังกฤษที่เรียกว่า ELICOS หรือ English Language Intensive Course for Overseas Students เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักหรือภาษากลางในการสื่อสารซึ่งรวมถึงคนไทย หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติเปิดสอนในมหาวิทยาลัย สถาบันอาชีวศึกษาและฝึกอบรม วิทยาลัยเอกชน และสถาบันภาษาของเอกชนซึ่งตั้งอยู่ทั้งในเมืองและนอกเมืองของทุกรัฐ เปิดสอนตลอดปีเรียนเต็มเวลาได้ตั้งแต่2 – 48 สัปดาห์สถาบันภาษาจะวัดระดับภาษาอังกฤษ (Placement Test) สำหรับนักเรียนต่างชาติก่อนเข้าเรียนเพราะแต่ละคนมีทักษะด้านภาษาอังกฤษแตกต่างกันเมื่อสอบวัดระดับแล้วทางสถาบันภาษาจะจัดหลักสูตรที่เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียน การดำเนินงานของสถาบันภาษาทุกแห่งจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลและการรับรองคุณภาพจาก NEAS (National ELT Accreditation Scheme) หรือ English Australia โดยสถาบันภาษาเปิดสอนหลายหลักสูตรเพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเลือกเรียน ดังนี้ ภาษาอังกฤษทั่วไป (General English)ภาษาอังกฤษเพื่อการเตรียมตัวสอบวัดผล (English for Examination Preparation)ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อโดยตรง (Direct Entry English Program)ภาษาอังกฤษธุรกิจ (Business English)ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อระดับมัธยม (English for High School Preparation)ภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในสายวิชาชีพ (Vocational English) เป็นต้น

นอกจากนั้นสถาบันภาษ่าวนใหญ่จะให้บริการแก่นักเรียนชาวต่างชาติเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวก ในการศึกษาต่อและใช้ชีวิตในออสเตรเลีย เช่น มีบริการจัดหาที่พัก บริการรับส่งจากสนามบิน บริการแนะแนวศึกษาต่อ บริการสมัครเรียนบริการช่วยจัดหางาน บริการจัดหาผู้ปกครอง(สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากนักเรียนต่างชาติที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี รัฐบาลออสเตรเลียกำหนดให้ต้องมีผู้ปกครอง (Guardian) คอยดูแล ซึ่งควรเป็นบิดาหรือมารดา หรือญาติพี่น้องที่อยู่ในออสเตรเลียถ้าไม่มีผู้ปกครองทางโรงเรียนจะจัดหาให้โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมประมาณสัปดาห์ละ 30 เหรียญออสเตรเลีย ถ้าเป็นนักเรียนประจำก็จะมีอาจารย์ในโรงเรียนเป็นผู้ดูแล) เป็นต้น

ในการเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยของออสเตรเลีย นักเรียนจะต้องมีผลการเรียนและผลการสอบภาษาอังกฤษตามที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด หากนักเรียนไม่ผ่านข้อกำหนดทางภาษา นักเรียนสามารถสมัครเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาก่อนเรียน มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียส่วนใหญ่มีสถาบันสอนภาษาอังกฤษหรือมีการประสานงานกับสถาบันสอนภาษาอังกฤษ

การบริการทางการศึกษาสำหรับผู้เรียนจากต่างประเทศ

ปัจจุบันมีผู้เรียนต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในประเทศออสเตรเลียทั้งหมดประมาณ440,000 คนจากทั่วโลก การศึกษาระดับนานาชาตินี้ สร้างรายได้ให้กับประเทศออสเตรเลียมหาศาลเป็นธุรกิจกส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศ และช่วยสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานในออสเตรเลียประมาณ 125,000 ตำแหน่ง

ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียมีสถาบันการศึกษาที่เปิดหลักสูตรระดับนานาชาติมากกว่า 3,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ในที่นี้มีทั้งที่เป็นสถาบันการศึกษาสังกัดภาครัฐและสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งเปิดหลักสูตรทั้งหมดประมาณ 30,000 หลักสูตรให้บริการแก่นักศึกษาต่างชาติ โดยหลักสูตรที่ให้บริการแก่ผู้เรียนชาวต่างชาติมี 4 ส่วนหลักได้แก่ หลักสูตรในระดับอุดมศึกษา ระดับอาชีวศึกษาและฝึกอบรม ระดับโรงเรียน และหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ3

 

3Department  of Education, Employment and Workplace Relation, http://www.deewr.gov.au/International/Pages/Overview.aspx

การทดสอบภาษาอังกฤษ

สถาบันการศึกษาในออสเตรเลียโดยทั่วไปจะยอมรับผลการทดสอบภาษาอังกฤษในระบบ The IELTS test (International English Language Testing System) ซึ่งเป็นระบบที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในประเทศอังกฤษ แคนาดา และนิวซีแลนด์ การสอบ IELTS ประกอบด้วยข้อสอบ 4 ส่วน เพื่อทดสอบ 4 ทักษะได้แก่ ฟัง พูด อ่าน เขียน และยังแบ่งการสอบออกเป็น 2 ประเภทคือ แบบทั่วไป (General Training) และแบบวิชาการ (Academic) ผู้สอบทั้งหมดใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน แต่ใช้ข้อสอบสำหรับการเขียนและการอ่านที่แตกต่างกัน การทดสอบแบบวิชาการนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ส่วนการทดสอบแบบทั่วไปจะใช้สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกอบรม ทำงาน หรือเพื่อขออนุญาตเข้าเมือง

ผลการทดสอบภาษาอังกฤษอีกประเภทที่ได้รับการยอมรับในสถาบันการศึกษาในออสเตรเลียคือ The TOEFL test (Test of English as a Foreign Language)

ขั้นตอนการไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย

  1. การหาที่เรียนและสมัครเรียน โดยผู้เรียนอาจหาเองจากเวปไซด์ จากเพื่อนหรือญาติแนะนำ หรือจากบริษัทแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกจะต้องส่งโครงร่างการทำวิจัยให้ทางคณะหรือสาขาที่จะเข้าศึกษาต่อก่อน เพื่อให้คณาจารย์ตอบรับเป็น Supervisor และหากสถาบันนั้นตอบรับการเข้าเรียน ผู้เรียนจะได้รับใบ Offer จากสถาบันที่สมัครเรียน จากนั้นจ่ายค่าสมัครเรียนค่าเทอมค่าโอน และค่าประกันสุขภาพ แล้วผู้เรียนจะได้ใบ COE เพื่อนำไปประกอบการขอVisa
  2. การเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ต้องการไปศึกษาต่อจะต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่
    1) ประวัติการศึกษาและการฝึกอบรมต่าง ๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษ
    2) ประวัติการทำงาน (หากยังไม่ได้ทำงานไม่ต้องจัดเตรียม)
    3) ประวัติการเงิน ทางสถานทูตจะดูบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน เงินในบัญชีเงินฝากประมาณ 350,000 บาทบัญชีเงินฝากไม่จำเป็นต้องเป็นของคนที่จะไปเรียน แต่เป็นของ พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือญาติพี่น้อง นอกจากบัญชีเงินฝากแล้ว อาจเป็นสลากออมสินหุ้นสหกรณ์ได้ และ
    4) พาสปอร์ต
  3. การจัดทำวีซ่า ผู้ที่จะเรียนต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพในโรงพยาบาลที่สถานฑูตกำหนด เพื่อนำผลการตรวจไปขอวีซ่า และนำใบ COE ประกอบการขอวีซ่าด้วย

 

สรุป

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีกรอบแนวทางที่มีความยืดหยุ่นและมีคุณภาพระดับโลก อีกทั้งหลักสูตรการศึกษามีความหลากหลายและมีระบบการให้บริการทางการศึกษาที่ดี จึงน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีสำหรับประเทศไทยในด้านการจัดระบบและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา รวมถึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีอีกที่หนึ่งของนักเรียนนักศึกษาไทยในการเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ

Works Cited

Australia Government. (n.d.). About Australian Education. Retrieved from Study in Australia: http://www.studyinaustralia.gov.au/global/australian-education

Australian Education Network. (n.d.). List of University in Australia. Retrieved from The Australian Education Network University and College Guide: http://www.australianuniversities.com.au/list/

Australian Government. (n.d.). Australian Baccalaureate. Retrieved from Australian Government: Department of Education, Employment and Workplace Relation: http://deewr.gov.au/australian-baccalaureate

Australian Government. (n.d.). International Education Data 2012. Retrieved from Australian Government: Australian Education International: https://aei.gov.au/research/International-Student-Data/Pages/InternationalStudentData2012.aspx

Australian Government. (n.d.). National Early Childhood Development Policy Agenda. Retrieved from Australian Government: Department of Education, Employment and Workplace Relation: http://deewr.gov.au/national-early-childhood-development-policy-agenda

Australian Government. (n.d.). School Education. Retrieved from Australian Government: Department of Education, Employment and Workplace Relation: http://deewr.gov.au/school-education

Australian Government. (n.d.). Vocational Education and Training in Schools. Retrieved from Australian Government: Department of Education, Employment and Workplace Relation: http://deewr.gov.au/vocational-education-and-training-schools

 

ขอขอบคุณสถาบัน ATI ที่ให้การสนับสนุน

ATI-logo-large